เชื้อรา

Penicillium bilaiae (เพนิซิลเลียม บิไลอี)

โปรไฟล์การทำงาน
Penicillium bilaiae (เพนิซิลเลียม บิไลอี)

ปุ๋ยชีวภาพละลายฟอสเฟต ช่วยให้พืชใช้ธาตุอาหารได้คุ้มและเติบโตดี

Penicillium bilaiae (เพนิซิลเลียม บิไลอี) คือเชื้อราในดินที่มีประโยชน์ ใช้กันแพร่หลายเป็นหัวเชื้อจุลินทรีย์เพื่อเพิ่มฟอสฟอรัสที่พืชนำไปใช้ได้ ส่งเสริมการเจริญของระบบราก และยกระดับประสิทธิภาพการใช้ธาตุอาหารในแปลงปลูก เชื้อราชนิดนี้สร้างกรดอินทรีย์ ได้แก่ กรดซิตริก กรดออกซาลิก และกรดกลูโคนิก ทำหน้าที่เป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อดิน ละลายฟอสฟอรัสที่ถูกตรึงอยู่ในแร่ธาตุและอินทรียวัตถุให้กลับมาอยู่ในรูปที่รากดูดใช้ได้ ผลคือต้นกล้าตั้งตัวได้แข็งแรง ใช้ฟอสฟอรัสได้คุ้มขึ้น จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ทำงานร่วมกันได้ดี และดินอุดมสมบูรณ์ขึ้นในระยะยาว ทั้งในระบบเกษตรทั่วไปและเกษตรฟื้นฟู

หน้าที่หลัก:

  • ละลายฟอสฟอรัสที่ถูกตรึง ช่วยให้พืชดูดธาตุอาหารได้ดีขึ้นและลดการใช้ปุ๋ยเคมีสังเคราะห์
  • เร่งการยืดตัวของรากและความแข็งแรงของต้นกล้า ในดินที่ขาดฟอสฟอรัส
  • เพิ่มประสิทธิภาพธาตุอาหารและคุณภาพผลผลิต ด้วยการหนุนการดูดใช้จุลธาตุและไนโตรเจน
  • ทำงานเสริมกัน กับเชื้อรา AMF และจุลินทรีย์ดินที่มีประโยชน์ชนิดอื่น
  • บำรุงโครงสร้างดิน การหมุนเวียนอินทรียวัตถุ และสุขภาพบริเวณรอบราก

ประโยชน์ทางการเกษตร

ฟังก์ชันทางชีวภาพ 18 ด้าน · คะแนนเต็ม 100

Penicillium bilaiae จุลินทรีย์ละลายฟอสเฟต ปลดล็อกฟอสฟอรัสที่ถูกตรึงในดิน

Penicillium bilaiae เป็นหัวเชื้อราละลายฟอสเฟตและสารกระตุ้นชีวภาพ (biostimulant) ที่ปล่อยกรดอินทรีย์ออกมาเปลี่ยนฟอสฟอรัสรูปที่ไม่ละลายน้ำให้อยู่ในรูปที่พืชดูดใช้ได้

  • ดึงฟอสฟอรัสออกจากไตรแคลเซียมฟอสเฟต เหล็กฟอสเฟต และอะลูมิเนียมฟอสเฟต
  • สร้างกรดซิตริก กรดออกซาลิก และกรดกลูโคนิก ที่จับและละลายฟอสฟอรัสที่ถูกตรึงไว้
  • ลดการตรึงฟอสฟอรัสในดินด่างและดินปูน

เร่งการเจริญของรากและความแข็งแรงในระยะแรก

ทำหน้าที่เป็นเชื้อราส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช (PGPF) ที่เพิ่มฟอสฟอรัสที่พืชใช้ได้ หนุนให้ระบบรากแข็งแรงและต้นกล้าเติบโตดี

  • กระตุ้นการยืดตัวของรากและการแตกรากแขนง
  • ส่งเสริมการแตกยอดระยะแรกและการสะสมมวลชีวภาพ
  • ช่วยให้พืชผ่านช่วงขาดฟอสฟอรัสระยะแรกในดินที่ฟอสฟอรัสต่ำ
  • เพิ่มความทนแล้งและทนเค็ม ผ่านการทำงานของรากที่ดีขึ้น

ปุ๋ยชีวภาพละลายฟอสเฟต เพิ่มศักยภาพผลผลิตและคุณภาพ

ทำหน้าที่เป็นปุ๋ยจุลินทรีย์ที่ช่วยให้พืชดูดฟอสฟอรัสได้ดีขึ้น ส่งผลดีทั้งต่อปริมาณและคุณภาพผลผลิต

  • เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ฟอสฟอรัส (PUE)
  • เพิ่มน้ำหนักเมล็ด ขนาดผล และความหนาแน่นของธาตุอาหารในผลผลิต
  • ลดความจำเป็นในการใช้ปุ๋ยฟอสเฟตเคมีสังเคราะห์

หนุนการดูดใช้จุลธาตุและไนโตรเจน

เมื่อรากดูดซับได้กว้างขึ้น P. bilaiae ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อพืช จึงช่วยให้พืชดูดธาตุอาหารอื่นได้ดีขึ้นด้วย

  • เพิ่มการดูดใช้สังกะสี แมงกานีส และทองแดง
  • เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไนโตรเจนผ่านระบบรากที่แข็งแรงขึ้น
  • เอื้อให้ธาตุอาหารหมุนเวียนร่วมกับจุลินทรีย์ดินชนิดอื่น

ทำงานเสริมกับเชื้อรา AMF และการอยู่ร่วมกันที่ราก

งานวิจัยหลายชิ้นรายงานผลเสริมกันระหว่าง P. bilaiae กับเชื้อราอาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซา (AMF) ซึ่งทำให้พืชดูดฟอสฟอรัสได้มากขึ้น

  • กระตุ้นการเข้าอาศัยในรากของเชื้อรา AMF ด้วยการปรับสภาพเคมีบริเวณรอบราก
  • เพิ่มการสร้างอาร์บัสคูลและการเจริญของเส้นใย
  • ทำให้การใส่เชื้อร่วมกันได้ผลดีขึ้นในดินที่ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ

รักษาสมดุลจุลินทรีย์บริเวณรอบราก

ช่วยให้เขตรากมีสภาพแวดล้อมจุลินทรีย์ที่มั่นคงและหลากหลาย

  • ปรับ pH บริเวณรอบรากผ่านการสร้างกรด
  • อยู่ร่วมกับแบคทีเรีย PGPR และเชื้อรา AMF ที่มีประโยชน์ได้
  • ช่วยจำกัดเชื้อฉวยโอกาสด้วยการแข่งขันแย่งพื้นที่ราก

บำรุงสุขภาพดินและการหมุนเวียนอินทรียวัตถุ

เส้นใยและสารที่เชื้อราหลั่งออกมาช่วยปรับปรุงคุณสมบัติทางกายภาพและชีวภาพของดิน

  • ช่วยย่อยฟอสฟอรัสอินทรีย์จากเศษซากพืชและปุ๋ยหมัก
  • เสริมการเกาะตัวของเม็ดดินและรอยต่อระหว่างรากกับดิน
  • ส่งเสริมการเปลี่ยนรูปของปัจจัยอินทรีย์ในทางที่เป็นประโยชน์
  • ใช้ได้ในระบบเกษตรอินทรีย์และเกษตรฟื้นฟู

ทำไมต้องเลือก Penicillium bilaiae ของ ABI

  • เชื้อราละลายฟอสเฟตที่ทำงานได้ผลสูง สายพันธุ์ P. bilaiae ของเราสร้างกรดซิตริก กรดออกซาลิก และกรดกลูโคนิก ที่ดึงฟอสฟอรัสซึ่งไม่ละลายน้ำออกจากแร่ธาตุและเศษอินทรียวัตถุในดิน เพิ่มธาตุอาหารที่พืชนำไปใช้ได้และลดการพึ่งพาปุ๋ย
  • ความเข้มข้นสูงและสปอร์คงตัว ผลิตที่ความเข้มข้นสูงสุด 10,000 ล้าน CFU ต่อกรัม เชื้อที่เข้มข้นจึงช่วยให้ค่าขนส่งคุ้มค่ากว่า
  • เร่งการเจริญของรากและความแข็งแรงของต้น ช่วยให้รากหลักยืดยาวและรากแขนงพัฒนาดี ด้วยการเพิ่มการดูดฟอสฟอรัสในช่วงต้นที่สำคัญ พืชจึงตั้งตัวได้มั่นคงและรับมือกับภาวะขาดธาตุอาหารได้ดีขึ้น
  • เพิ่มประสิทธิภาพธาตุอาหารและปฏิสัมพันธ์ของจุลินทรีย์ในดิน หนุนการดูดใช้สังกะสี แมงกานีส และไนโตรเจน ผ่านพื้นที่ผิวรากที่มากขึ้นและการทำงานร่วมกันของจุลินทรีย์ ทั้งยังเกื้อหนุนเชื้อรา AMF และ PGPR เพื่อสุขภาพบริเวณรอบรากในระยะยาว
  • ใช้ได้ในดินด่างและดินที่ตรึงฟอสฟอรัส ทำงานได้ในดินปัญหาหลายแบบ รวมถึงดินปูนและดินที่ pH สูง ซึ่งพืชเข้าถึงฟอสฟอรัสได้จำกัด
  • เข้ากับระบบเกษตรอินทรีย์และเกษตรฟื้นฟูได้ลงตัว เป็นเชื้อราที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เหมาะกับแผนจัดการความอุดมสมบูรณ์แบบยั่งยืนและระบบที่ใช้ปัจจัยการผลิตน้อย
  • ผู้ผลิตปุ๋ยจุลินทรีย์จากสหรัฐฯ Applied Biotech Industries ผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์และปุ๋ยจุลินทรีย์ในสหรัฐฯ เชี่ยวชาญจุลินทรีย์ดินความเข้มข้นสูงที่ผลิตด้วยกระบวนการหมัก สำหรับการเกษตร การทำปุ๋ยหมัก และระบบเกษตรฟื้นฟู ทุกล็อตจัดส่งพร้อมใบรับรองผลการวิเคราะห์ (CoA)

กำลังมองหาเชื้อราละลายฟอสฟอรัสคุณภาพดีอยู่ใช่ไหม ABI จำหน่าย Penicillium bilaiae และปุ๋ยจุลินทรีย์สำหรับพืชชนิดอื่น ทั้งแบบปริมาณมาก ขายส่ง และผลิตภายใต้แบรนด์ของท่าน (OEM) สำหรับตัวแทนจำหน่าย ร้านปัจจัยการผลิต และเกษตรกร

Applied Biotech Industries เป็นผู้ผลิตและผู้จำหน่ายหัวเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อพืช มีเชื้อราละลายฟอสเฟตจำหน่ายทั้งแบบปริมาณมากและผลิตภายใต้แบรนด์ของท่าน (OEM) ไม่ว่าท่านกำลังหาจุลินทรีย์บำรุงดินหรือแหล่งซื้อหัวเชื้อจุลินทรีย์ที่เชื่อถือได้ เรามีสินค้าจากสหรัฐฯ พร้อมส่งให้ฟาร์ม ร้านปัจจัยการผลิต และตัวแทนจำหน่ายที่ต้องการซื้อปุ๋ยจุลินทรีย์ราคาส่ง

ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค

ความเข้มข้น (CFU/g):

  • 10,000 ล้าน (1.0 × 10¹⁰) CFU/g ชนิดผงแห้ง
  • สั่งความเข้มข้นตามต้องการได้เมื่อร้องขอ

ขนาดอนุภาค (เมช):

  • ผ่านตะแกรงร่อน 100 เมช

รูปแบบบรรจุ:

  • ถัง 22 ปอนด์ (10 กก.)
  • ถัง 44 ปอนด์ (20 กก.)
  • ดรัม 375 ปอนด์ (170 กก.)
  • มีบรรจุขนาดเล็กแบบสั่งทำได้เมื่อร้องขอ

อายุการเก็บ:

  • 6 เดือนที่อุณหภูมิห้อง
  • 18 เดือนหากแช่เย็น

คำแนะนำการเก็บรักษา:

  • เก็บในที่เย็นและแห้ง พ้นแสงแดดโดยตรง
  • ปิดภาชนะให้สนิททุกครั้งหลังใช้

อัตราและวิธีใช้

วิธีใช้ Penicillium bilaiae อัตราการใช้ และความถี่ แยกตามแต่ละวิธี ผงเชื้อละลายน้ำได้ ใช้ได้ทั้งทางระบบน้ำ ในร่องปลูก คลุกเมล็ด และผสมวัสดุปลูกหรือปุ๋ยหมัก

หมายเหตุ: ค่าต่อไร่เป็นค่าประมาณจากการแปลงหน่วยเพื่อความสะดวกของผู้ใช้ในไทย (1 ไร่ = 0.16 เฮกตาร์) ค่าตั้งต้นของผู้ผลิตคือหน่วยเอเคอร์และเฮกตาร์


การให้ทางดิน (ระบบน้ำหยด ราดโคน หรือให้ปุ๋ยทางน้ำ)

อัตรา:

  • 400 ถึง 1,200 กรัมต่อเอเคอร์ (1,000 ถึง 3,000 กรัมต่อเฮกตาร์) ราว 160 ถึง 480 กรัมต่อไร่

ความถี่:

  • แบ่งอัตราข้างต้นให้ 2 ถึง 3 ครั้งตลอดรอบการปลูก

ปรับตามสภาพดิน:

  • ใช้อัตราต่ำ (400 ถึง 600 กรัมต่อเอเคอร์ / 1,000 ถึง 1,500 กรัมต่อเฮกตาร์ ราว 160 ถึง 240 กรัมต่อไร่) ในดินร่วนที่ชื้นและมีอินทรียวัตถุสูง
  • ใช้อัตราสูง (800 ถึง 1,200 กรัมต่อเอเคอร์ / 2,000 ถึง 3,000 กรัมต่อเฮกตาร์ ราว 320 ถึง 480 กรัมต่อไร่) ในดินที่ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ดินแห้ง ดินแน่น หรือดินทราย

วิธีใช้:

  • ละลายในน้ำให้เข้ากันดี ใช้ปริมาณน้ำมากพอให้ชุ่มทั่วเขตราก
  • กวนด้วยถังกวนหรือกวนมือเพื่อให้จุลินทรีย์แขวนลอยสม่ำเสมอ
  • ให้ผ่านสายน้ำหยด หัวพ่นฝอย หรือระบบให้ปุ๋ยทางน้ำ โดยจ่ายให้ใกล้เขตรากที่สุด
  • ล้างระบบหลังใช้เพื่อป้องกันการอุดตันหรือคราบตกค้าง
  • ห้ามผสมในถังเดียวกันกับสารกำจัดวัชพืช สารกำจัดเชื้อรา สารกำจัดแบคทีเรีย หรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช

การให้ในร่องปลูก (In-Furrow)

อัตรา:

  • 200 ถึง 400 กรัมต่อเอเคอร์ (500 ถึง 1,000 กรัมต่อเฮกตาร์) ราว 80 ถึง 160 กรัมต่อไร่

ความถี่:

  • ใช้ครั้งเดียวตอนปลูก เพื่อเน้นช่วงเริ่มสร้างรากและการเจริญระยะแรก

วิธีใช้:

  • ละลายผงจุลินทรีย์ในน้ำให้เข้ากันดี
  • ให้ลงในร่องเมล็ดหรือร่องปลูกโดยตรงขณะหยอดเมล็ด
  • หากใช้ระบบน้ำในการจ่าย ต้องให้สารละลายสัมผัสเขตราก
  • กวนอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการตกตะกอน

เมื่อผสมในถังเดียวกันกับปุ๋ย:

  • ละลายปุ๋ยในน้ำให้หมดก่อน แล้วจึงเติมจุลินทรีย์
  • ห้ามผสมกับสารกำจัดวัชพืช สารกำจัดเชื้อรา สารกำจัดแบคทีเรีย หรือสารกำจัดศัตรูพืช

การคลุกเมล็ด

อัตรา:

  • 2 ถึง 5 กรัมต่อเมล็ด 1 กิโลกรัม

ความถี่:

  • ใช้ครั้งเดียวก่อนปลูก

วิธีใช้:

  1. คลุกทันทีก่อนปลูก
  2. ใช้สารช่วยยึดเกาะ (เช่น น้ำเชื่อม หรือกัมอารบิก) หรือพรมน้ำเพียงเล็กน้อย
  3. คลุกให้เคลือบเมล็ดทั่วถึงทั้งผิว
  4. ผึ่งเมล็ดให้แห้งในที่ร่มก่อนหว่าน

การผสมวัสดุปลูกหรือปรับปรุงดินด้วยอินทรียวัตถุ

อัตรา:

  • 100 ถึง 200 กรัมต่อ 1 ตัน ของวัสดุปรับปรุงดิน ปุ๋ยหมัก วัสดุอินทรีย์ หรือดินผสมสำหรับปลูก

ความถี่:

  • ใช้ครั้งเดียวตอนผสมดิน

วิธีใช้:

  • คลุกผงจุลินทรีย์แห้งเข้ากับวัสดุปลูกให้สม่ำเสมอระหว่างการกลับกองหรือผสม

คำถามที่พบบ่อย

ข้อมูลพื้นฐานผลิตภัณฑ์

Q: Penicillium bilaiae คืออะไร ใช้ทำอะไรในการเกษตร

A: Penicillium bilaiae (เพนิซิลเลียม บิไลอี) คือเชื้อราเส้นใยในดินที่ละลายฟอสเฟตได้ ใช้กันแพร่หลายเป็นหัวเชื้อจุลินทรีย์และปุ๋ยจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อดิน ช่วยเพิ่มฟอสฟอรัสที่พืชนำไปใช้ได้ เร่งการเจริญของรากในระยะแรก และหนุนความหลากหลายของจุลินทรีย์ จึงเหมาะกับการเพิ่มประสิทธิภาพธาตุอาหารและความแข็งแรงของพืชในระบบเกษตรอินทรีย์และเกษตรฟื้นฟู


Q: เชื้อราส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช (PGPF) คืออะไร Penicillium bilaiae จัดอยู่ในกลุ่มนี้ไหม

A: ใช่ P. bilaiae ทำหน้าที่เป็น PGPF โดยช่วยปรับโครงสร้างราก หนุนความแข็งแรงของพืชในระยะแรก และเสริมปฏิสัมพันธ์ของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ซึ่งช่วยให้พืชดูดธาตุอาหารได้ดีขึ้นและทนทานขึ้น


Q: ประโยชน์ของ Penicillium bilaiae ต่อพืชและดินมีอะไรบ้าง

A: ประโยชน์หลักคือ ละลายฟอสฟอรัสในดิน เร่งการเจริญของรากระยะแรก เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ธาตุอาหาร ช่วยให้พืชทนต่อความเครียดจากสภาพแวดล้อมได้ดีขึ้น และหนุนสมดุลจุลินทรีย์ในดิน ได้ผลเด่นเป็นพิเศษในดินที่ตรึงฟอสฟอรัสหรือดินด่าง


Q: จุลินทรีย์ละลายฟอสเฟต คืออะไร ต่างจากปุ๋ยฟอสเฟตเคมีอย่างไร

A: จุลินทรีย์ละลายฟอสเฟตอย่าง P. bilaiae ไม่ได้เติมฟอสฟอรัสลงดินโดยตรง แต่สร้างกรดซิตริก กรดออกซาลิก และกรดกลูโคนิก เพื่อปลดปล่อยฟอสฟอรัสที่ถูกตรึงอยู่ในแร่ธาตุและอินทรียวัตถุให้พืชดูดใช้ได้ จึงช่วยให้ใช้ฟอสฟอรัสได้คุ้มขึ้นและลดความจำเป็นในการใช้ปุ๋ยฟอสเฟตเคมีสังเคราะห์


Q: ใช้ในเกษตรอินทรีย์ได้ไหม

A: ได้ P. bilaiae เป็นเชื้อราที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ผลิตตามมาตรฐานที่เหมาะกับการเพาะปลูกแบบอินทรีย์ และใช้กันแพร่หลายเป็นปุ๋ยจุลินทรีย์และหัวเชื้อสำหรับดินในระบบเกษตรอินทรีย์ เกษตรยั่งยืน และเกษตรฟื้นฟู สำหรับแปลงที่อยู่ในระบบการรับรอง แนะนำให้แจ้งขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์กับหน่วยงานรับรองของท่าน เพื่อให้มีบันทึกเป็นปัจจัยการผลิตที่ได้รับอนุมัติ


ข้อมูลทางเทคนิค

Q: เชื้อราละลายฟอสเฟตทำงานอย่างไร ช่วยให้พืชดูดธาตุอาหารได้มากขึ้นอย่างไร

A: P. bilaiae สร้างกรดอินทรีย์ เช่น กรดซิตริก กรดออกซาลิก และกรดกลูโคนิก ที่ปลดปล่อยฟอสฟอรัสซึ่งถูกตรึงอยู่ในแร่ธาตุและอินทรียวัตถุในดิน ทำให้มีฟอสฟอรัสที่พืชใช้ได้มากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ฟอสฟอรัส (PUE) และช่วยให้พืชดูดไนโตรเจนและจุลธาตุอย่างสังกะสีและแมงกานีสได้ดีขึ้น


Q: ดินด่าง ดินปูน ฟอสฟอรัสถูกตรึง ใช้ Penicillium bilaiae ได้ผลไหม

A: ได้ เชื้อนี้ช่วยลดการตรึงฟอสฟอรัสในดินด่างและดินปูน และทำงานได้ในดินปัญหาหลายแบบ รวมถึงดินที่ pH สูงซึ่งพืชเข้าถึงฟอสฟอรัสได้จำกัด งานวิจัยในข้าวสาลียังพบว่าแม้ไม่เติมฟอสฟอรัส P. bilaiae ก็เพิ่มมวลชีวภาพในดินปูนได้


Q: ใช้ร่วมกับจุลินทรีย์ตัวอื่นได้ไหม ห้ามผสมกับอะไร

A: โดยทั่วไปใช้ร่วมกันได้ P. bilaiae ทำงานเสริมกับเชื้อรา AMF เชื้อกลุ่ม Bacillus และจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อดินชนิดอื่น ช่วยการหมุนเวียนธาตุอาหารและสุขภาพบริเวณรอบราก แต่ห้ามผสมในถังเดียวกันกับสารกำจัดวัชพืช สารกำจัดเชื้อรา สารกำจัดแบคทีเรีย หรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และควรหลีกเลี่ยงสารออกซิไดซ์ที่รุนแรง หากยังไม่ได้ตรวจสอบความเข้ากันได้


Q: หัวเชื้อ Penicillium bilaiae เข้มข้นเท่าไหร่ ผงละเอียดแค่ไหน

A: หัวเชื้อผงแห้งของ ABI มีความเข้มข้น 10,000 ล้าน (1.0 × 10¹⁰) CFU ต่อกรัม และสั่งความเข้มข้นตามต้องการได้ ผงผ่านตะแกรงร่อน 100 เมช ทุกล็อตจัดส่งพร้อมใบรับรองผลการวิเคราะห์ (CoA)


Q: เก็บได้นานแค่ไหน ต้องแช่เย็นไหม

A: ไม่จำเป็นต้องแช่เย็น แต่หากแช่เย็นจะเก็บได้นานขึ้น ที่อุณหภูมิห้องเชื้อคงความมีชีวิตได้ 6 เดือน หากแช่เย็นยืดอายุได้ถึง 18 เดือน เก็บในที่เย็นและแห้ง พ้นแสงแดดโดยตรง และปิดภาชนะให้สนิททุกครั้งเพื่อกันความชื้น


การใช้งาน

Q: ใช้กับพืชอะไรได้บ้าง เหมาะกับดินแบบไหน

A: ใช้ได้ดีกับพืชผัก ธัญพืช พืชตระกูลถั่ว ไม้ผล และสนามหญ้า ได้ผลเด่นเป็นพิเศษในดินที่ฟอสฟอรัสต่ำ ดินที่ pH สูง ดินปูน หรือดินเสื่อมโทรม ซึ่งการตรึงฟอสฟอรัสจำกัดการเติบโตของพืช


Q: วิธีใช้ Penicillium bilaiae อัตราต่อไร่เท่าไหร่

A: ใช้ได้ทั้งราดดิน ให้ในร่องปลูก คลุกเมล็ด หรือให้ผ่านระบบน้ำ และผสมร่วมกับปุ๋ยจุลินทรีย์ชนิดอื่นหรือปุ๋ยหมักในแผนการใส่ปุ๋ยได้ อัตราทางดินคือ 400 ถึง 1,200 กรัมต่อเอเคอร์ (1,000 ถึง 3,000 กรัมต่อเฮกตาร์ ราว 160 ถึง 480 กรัมต่อไร่) ส่วนในร่องปลูกใช้ 200 ถึง 400 กรัมต่อเอเคอร์ (500 ถึง 1,000 กรัมต่อเฮกตาร์ ราว 80 ถึง 160 กรัมต่อไร่) ขั้นตอนโดยละเอียดอยู่ในส่วนวิธีใช้ด้านบน


Q: ควรใช้ตอนไหน ใช้บ่อยแค่ไหน

A: การให้ทางดินให้แบ่งอัตรารวมเป็น 2 ถึง 3 ครั้งตลอดรอบการปลูก ใช้อัตราต่ำในดินร่วนที่ชื้นและมีอินทรียวัตถุสูง และอัตราสูงในดินที่ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ดินแห้ง ดินแน่น หรือดินทราย การให้ในร่องปลูกใช้ครั้งเดียวตอนปลูก การคลุกเมล็ดใช้ครั้งเดียวก่อนปลูก และการผสมวัสดุปลูกใช้ครั้งเดียวตอนผสมดิน


Q: คลุกเมล็ดหรือผสมปุ๋ยหมัก ต้องใช้เท่าไหร่

A: คลุกเมล็ดใช้ 2 ถึง 5 กรัมต่อเมล็ด 1 กิโลกรัม คลุกทันทีก่อนปลูกโดยใช้สารช่วยยึดเกาะ เช่น น้ำเชื่อม หรือกัมอารบิก แล้วผึ่งให้แห้งในที่ร่ม ส่วนการผสมปุ๋ยหมัก วัสดุอินทรีย์ หรือดินผสมสำหรับปลูก ใช้ 100 ถึง 200 กรัมต่อ 1 ตัน คลุกผงแห้งให้สม่ำเสมอระหว่างการกลับกองหรือผสม


การสั่งซื้อและการจัดจำหน่าย

Q: มีขนาดบรรจุอะไรบ้าง

A: ABI จำหน่าย P. bilaiae ชนิดผงแห้งในถัง 22 ปอนด์ (10 กก.) ถัง 44 ปอนด์ (20 กก.) และดรัม 375 ปอนด์ (170 กก.) มีบรรจุขนาดเล็กแบบสั่งทำได้เมื่อร้องขอ เหมาะทั้งการสั่งซื้อปริมาณมาก ขายส่ง และผลิตภายใต้แบรนด์ของท่าน (OEM)


Q: Penicillium bilaiae ราคาเท่าไหร่ ซื้อที่ไหน

A: สั่งซื้อได้โดยตรงจาก Applied Biotech Industries ผู้ผลิตปุ๋ยจุลินทรีย์ในสหรัฐฯ ที่ผลิตหัวเชื้อความเข้มข้นสูงด้วยกระบวนการหมัก เพื่อความอุดมสมบูรณ์ของดินและการเติบโตของพืช ติดต่อฝ่ายขายเพื่อขอใบเสนอราคาสำหรับการสั่งซื้อปริมาณมาก ผลิตภายใต้แบรนด์ของท่าน (OEM) หรือสั่งซื้อปุ๋ยจุลินทรีย์ออนไลน์


Q: เลือกจุลินทรีย์ละลายฟอสเฟต ยี่ห้อไหนดี ควรดูอะไรบ้าง

A: ควรดูความเข้มข้นของเชื้อ อายุการเก็บ และความน่าเชื่อถือของผู้ผลิต ABI เชี่ยวชาญการผลิตหัวเชื้อราและแบคทีเรียคุณภาพสูงสำหรับการเกษตร P. bilaiae ของเราผลิตที่ความเข้มข้นสูงสุด 10,000 ล้าน CFU ต่อกรัม มีอายุการเก็บที่ดี สปอร์คงตัว และทำงานได้ในแปลงจริง ทุกล็อตมาพร้อมใบรับรองผลการวิเคราะห์ (CoA) เรารองรับสูตรผสมเฉพาะ ระบบเกษตรอินทรีย์ และการจัดจำหน่ายแบบขายส่งทั้งในสหรัฐฯ และทั่วโลก


Q: รับผลิต OEM หรือขายส่งให้ตัวแทนจำหน่ายไหม

A: รับ ABI มีบริการขายส่ง จำหน่ายแบบปริมาณมาก และผลิตภายใต้แบรนด์ของท่าน (OEM) สำหรับตัวแทนจำหน่าย ร้านปัจจัยการผลิต และเกษตรกร และรับทำสูตรผสมจุลินทรีย์เฉพาะ ติดต่อเราเพื่อขอใบเสนอราคา


มีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายพันธุ์นี้ไหม ทีมงานของเราพร้อมให้ข้อมูลเรื่องสเปก สต็อกสินค้า และราคา

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

1. ผลของ Penicillium bilaiae ต่อการเจริญและการดูดใช้ฟอสฟอรัสของข้าวสาลี ภายใต้อิทธิพลของ pH ดิน ระดับฟอสฟอรัสในดิน และการใส่กากตะกอนน้ำเสีย

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • การคลุกเมล็ดด้วยเชื้อเพิ่มมวลชีวภาพของต้นและรากอย่างมีนัยสำคัญในดินกรด เมื่อใช้ร่วมกับกากตะกอนน้ำเสีย
  • แม้ไม่เติมฟอสฟอรัส P. bilaiae ก็ยังเพิ่มมวลชีวภาพในดินปูนได้ แสดงให้เห็นว่าได้ผลในดินหลายประเภท

2. การละลายฟอสเฟตโดยเชื้อรา Penicillium spp. ที่อาศัยใกล้ชิดกับรากข้าวสาลี

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • P. bilaiae สายพันธุ์ RS7B-SD1 ละลายฟอสฟอรัสจากหินฟอสเฟตได้สูงสุด 112.7 มก. P ต่อลิตร ในห้องปฏิบัติการ มากกว่าเชื้อชนิดอื่นที่ทดสอบ
  • แสดงศักยภาพสูงในการละลายฟอสเฟตด้วยกลไกของกรด

3. การตอบสนองของผลผลิตข้าวโพดต่อหัวเชื้อจุลินทรีย์ละลายฟอสฟอรัส ในแปลงทดลองหลายพื้นที่

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • การทดลองในแปลงต่อเนื่องหลายปีพบว่าผลผลิตข้าวโพดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อใส่เชื้อ P. bilaiae ในสภาพฟอสฟอรัสต่ำ
  • สนับสนุนการขยายใช้ในการผลิตพืชระดับแปลงใหญ่

4. การใส่เชื้อคู่ระหว่างเชื้อราอาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซากับเชื้อละลายฟอสฟอรัส (P. bilaiae) ช่วยให้ฟอสฟอรัสอยู่ในรูปที่พืชใช้ได้มากขึ้น

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • การใช้ P. bilaiae ร่วมกับ AMF เพิ่มกิจกรรมเอนไซม์ acid phosphomonoesterase ได้ 44 ถึง 61% ช่วยให้การหมุนเวียนฟอสฟอรัสในดินดีขึ้น
  • ผลเสริมกันทำให้ฟอสฟอรัสที่พืชใช้ได้และการดูดใช้เพิ่มขึ้น

5. Penicillium bilaiae: แนวทางเชิงนิเวศเพื่อปรับปรุงสุขภาพชีวภาพของดิน

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • การคลุกเมล็ดด้วย P. bilaiae เพิ่มกิจกรรมเอนไซม์ (ฟอสฟาเทส โปรตีเอส เซลลูเลส) ได้ 18 ถึง 29% ในแปลงมัสตาร์ดที่ให้ฟอสฟอรัสทั้งจากสารเคมีและจุลินทรีย์ร่วมกัน
  • ชี้ถึงบทบาทสองด้าน ทั้งการปลดปล่อยธาตุอาหารและการเสริมสุขภาพจุลินทรีย์ในดิน

6. ผลของรูปแบบการหมักต่อพฤติกรรมของ Penicillium bilaiae ภายใต้สภาวะเครียดจากสิ่งแวดล้อม

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • สายพันธุ์ทนเค็มและทนช่วง pH กว้าง (pH 4 ถึง 6) โดยยังคงสร้างกรดและละลายฟอสเฟตได้ภายใต้ความเครียดจากเกลือ
  • ชี้ถึงศักยภาพสูงในการเป็นปุ๋ยจุลินทรีย์ที่ทนต่อสภาพแปลงที่ไม่เอื้ออำนวย

7. การตอบสนองของผลผลิตข้าวโพดระดับแปลงต่อ Penicillium bilaiae ปี 2005 ถึง 2011

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • ในแปลงย่อย 92 แปลง ผลผลิตข้าวโพดเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1.8% (0.17 ตัน/เฮกตาร์) ส่วนในแปลงใหญ่ 369 แปลง ผลผลิตเพิ่มขึ้น 3.5% (0.33 ตัน/เฮกตาร์)
  • ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นเกิดในดินที่มีฟอสฟอรัสต่ำถึงต่ำมาก แสดงให้เห็นประสิทธิภาพในสภาพใช้งานจริง
  • การคลุกเมล็ด การใช้แบบเม็ด และการให้เป็นแถบผ่านระบบน้ำหยด ได้ผลทุกวิธี

8. การผลิตกรดซิตริกและกรดออกซาลิก และการละลายฟอสเฟตโดย P. bilaiae

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • การศึกษาในห้องปฏิบัติการยืนยันว่า P. bilaiae สร้างกรดซิตริกและกรดออกซาลิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งละลายแคลเซียมฟอสเฟตได้
  • กลไกนี้สอดคล้องโดยตรงกับการละลายฟอสฟอรัสด้วยกรดอินทรีย์ที่อธิบายไว้ในหน้านี้

สอบถามเกี่ยวกับสายพันธุ์นี้

ที่อยู่

Applied Biotech Industries 520 Progress Drive Belgium, WI 53004, USA (สหรัฐอเมริกา)

ช่องทางติดต่อ

info@abimicrobes.com
+1 (262) 285-4390

Penicillium bilaiae เชื้อราละลายฟอสเฟต เพิ่มฟอสฟอรัสที่พืชใช้ได้
ขอบคุณ เราได้รับข้อมูลของท่านแล้ว ทีมงานจะติดต่อกลับโดยเร็ว
ขออภัย เกิดข้อผิดพลาดระหว่างส่งแบบฟอร์ม กรุณาลองใหม่อีกครั้ง
กลับขึ้นด้านบน