แบคทีเรีย

Bacillus subtilis (บาซิลลัส ซับทิลิส)

โปรไฟล์การทำงาน
Bacillus subtilis (บาซิลลัส ซับทิลิส)

ปุ๋ยจุลินทรีย์ชนิดผง เพื่อพืชแข็งแรงและดูดธาตุอาหารได้ดีขึ้น

บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) ของ ABI เป็นหัวเชื้อแบคทีเรียชนิดผงที่มีค่า CFU สูง สร้างสปอร์ได้ และจัดอยู่ในกลุ่มไรโซแบคทีเรียส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช (PGPR) ใช้ในการเกษตรเพื่อปรับปรุงสุขภาพดิน ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช และช่วยให้พืชทนต่อความเครียดจากสภาพแวดล้อม เชื้อบาซิลลัสชนิดนี้ทำงานผ่านการละลายธาตุอาหาร การสร้างฮอร์โมนพืช และการกระตุ้นภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติของพืช จึงช่วยให้พืชแข็งแรงทนทาน ทั้งในพื้นที่ที่พืชเผชิญความเครียดบ่อย และในระบบเกษตรแบบฟื้นฟู (regenerative agriculture) ในไทยหลายคนเรียกสั้น ๆ ว่า บีเอส หรือ เชื้อ bs

  • หนุนกลไกป้องกันตัวตามธรรมชาติของพืช ผ่านเส้นทาง SAR และ ISR
  • กระตุ้นการแตกราก และช่วยให้พืชตั้งตัวได้เร็วในระยะแรก
  • เพิ่มความเป็นประโยชน์ของฟอสฟอรัส และจุลธาตุในดิน
  • ช่วยสร้างสมดุลจุลินทรีย์ในดิน และความหลากหลายทางชีวภาพ
  • ช่วยให้พืชทนแล้ง ทนเค็ม และทนร้อนได้ดีขึ้น

ประโยชน์ทางการเกษตร

ฟังก์ชันทางชีวภาพ 18 ด้าน · คะแนนเต็ม 100

บาซิลลัส ซับทิลิส คืออะไร ช่วยพืชได้อย่างไร

บาซิลลัส ซับทิลิส เป็นแบคทีเรียในดินที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ สร้างสปอร์ได้ และเป็นไรโซแบคทีเรียที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช ในทางการเกษตรใช้ได้ทั้งเป็นสารกระตุ้นชีวภาพ (biostimulant) ปุ๋ยจุลินทรีย์ และหัวเชื้อสำหรับดิน เพราะสร้างสปอร์ได้ เชื้อจึงคงตัวสูงและยังมีชีวิตอยู่ได้ในสภาพอากาศและระบบการปลูกที่หลากหลาย ต่างจากจุลินทรีย์บางชนิดที่ต้องการสภาพแวดล้อมเฉพาะ


กระตุ้นภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติของพืช (SAR และ ISR)

ช่วยให้พืชเปิดใช้ระบบป้องกันตัวภายในของตัวเอง เพื่อรับมือกับความเครียดทั้งจากสิ่งมีชีวิตและจากสภาพแวดล้อม

  • ชักนำความต้านทานที่ได้มาอย่างเป็นระบบ (Systemic Acquired Resistance, SAR) ผ่านการส่งสัญญาณของกรดซาลิไซลิก
  • กระตุ้นความต้านทานเชิงระบบแบบชักนำ (Induced Systemic Resistance, ISR) ผ่านเส้นทางกรดจัสโมนิกและเอทิลีน
  • ส่งเสริมการสร้างเอนไซม์ป้องกันตัวตามธรรมชาติ (เช่น peroxidase, chitinase, β-glucanase)

เชื้อบาซิลลัส เร่งราก สร้างฮอร์โมน และความแข็งแรงระยะแรก

B. subtilis เป็นหัวเชื้อสำหรับดินที่ใช้ได้หลากหลาย ช่วยสร้างระบบรากที่แข็งแรง พืชจึงตั้งตัวได้เร็วและโตได้เต็มที่

  • สร้างกรดอินโดล-3-อะซิติก (IAA) และฮอร์โมนพืชอื่น ๆ ที่ช่วยให้รากยืดยาวและแตกแขนง
  • ช่วยให้ขนรากพัฒนาดีขึ้น รากจึงเข้าถึงธาตุอาหารและน้ำได้มากขึ้น
  • เร่งการงอกของเมล็ดและความแข็งแรงของต้นกล้าระยะแรก
  • เพิ่มการสร้างคลอโรฟิลล์ ช่วยให้สังเคราะห์แสงได้ดีขึ้นและสะสมมวลชีวภาพได้มากขึ้น

ละลายฟอสฟอรัสและดึงจุลธาตุให้พืชนำไปใช้

สายพันธุ์นี้เป็นหนึ่งในจุลินทรีย์ชั้นนำด้านความอุดมสมบูรณ์ของดิน มีบทบาทสำคัญเป็นพิเศษในดินที่ขาดธาตุอาหารหรือแปลงที่ใส่ปัจจัยการผลิตน้อย ช่วยปลดปล่อยธาตุอาหารที่ถูกตรึงในดิน ทำให้พืชใช้ได้ทั้งธาตุอาหารหลักและจุลธาตุ

  • ละลายฟอสเฟตจากรูปที่ละลายยาก เช่น ไตรแคลเซียมฟอสเฟต เหล็กฟอสเฟต และอะลูมิเนียมฟอสเฟต
  • สร้างไซเดอโรฟอร์ (siderophores) ที่จับเหล็ก (Fe³⁺) ในดินปูนและดินด่างให้อยู่ในรูปที่พืชใช้ได้

ช่วยให้พืชดูดใช้ธาตุอาหารสำคัญได้ดีขึ้น ดังนี้

  • สังกะสี (Zn): กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์และสมดุลฮอร์โมน
  • แมงกานีส (Mn): การสังเคราะห์แสงและความทนทานต่อความเครียด
  • ทองแดง (Cu): การสร้างลิกนินและการส่งสัญญาณเมื่อพืชเครียด
  • แมกนีเซียม (Mg): คลอโรฟิลล์และเมแทบอลิซึมพลังงาน
  • กำมะถัน (S): การสร้างกรดอะมิโนและโปรตีน

เพิ่มความทนแล้ง ทนเค็ม และทนร้อนให้พืช

เมื่อรากทำงานได้ดีขึ้นและสรีรวิทยาของพืชสมดุล พืชก็ทนต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยได้หลายรูปแบบ

  • ภาวะแล้ง: ช่วยให้รากหยั่งลึกขึ้นและใช้น้ำได้คุ้มขึ้น
  • ภาวะดินเค็ม: รักษาสมดุลไอออน (สัดส่วน Na⁺/K⁺) และช่วยการปรับแรงดันออสโมติก
  • ภาวะร้อนจัด: ลดความเสียหายจากออกซิเดชันด้วยการเสริมระบบเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระ

จุลินทรีย์บาซิลลัส กับสมดุลจุลินทรีย์ในดินและบริเวณรอบราก

B. subtilis เป็นจุลินทรีย์ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางด้านสุขภาพดิน ช่วยให้จุลินทรีย์ในดินสมดุลขึ้น ด้วยการเข้าตั้งรกรากตั้งแต่ระยะแรก ยึดพื้นที่บริเวณราก และสร้างสารเมแทบอไลต์ที่เป็นประโยชน์

  • สร้างสารลิโพเปปไทด์ (surfactin, fengycin, iturin) ที่มีผลต่อพลวัตของจุลินทรีย์ในดิน
  • แย่งพื้นที่และทรัพยากรในเขตราก (การกีดกันด้วยการแข่งขัน)
  • หนุนการเกาะตัวของเม็ดดิน การอุ้มความชื้น และการย่อยสลายเศษซากพืช

ใช้ได้หลายวิธี เข้ากับระบบการปลูกหลากหลาย

บาซิลลัส ซับทิลิส เป็นปุ๋ยจุลินทรีย์ที่ใช้กันแพร่หลายในระบบเกษตรอินทรีย์ และผสานเข้ากับแผนการบำรุงดินและดูแลพืชเดิมของท่านได้ง่าย

  • ใช้ได้ทั้งคลุกเมล็ด ให้ในร่องปลูก ให้ทางระบบน้ำหยด ให้พร้อมปุ๋ยทางน้ำ หรือพ่นทางใบ
  • เข้ากันได้กับปุ๋ยน้ำส่วนใหญ่ กรดฮิวมิก และหัวเชื้อจุลินทรีย์ชนิดอื่น
  • ใช้ได้อย่างปลอดภัยทั้งในระบบเกษตรทั่วไป ระบบไม่ไถพรวน และไฮโดรโปนิกส์
  • ใช้ได้ผลกับพืชหลายกลุ่ม ทั้งพืชไร่ พืชผัก สวนไม้ผล สนามหญ้า และการผลิตในโรงเรือน

ทำไมต้องเลือกบาซิลลัส ซับทิลิส ของ ABI

  • ค่า CFU สูง ให้ผลสม่ำเสมอในแปลงจริง ผลิตที่ความเข้มข้น 200,000 ล้าน CFU ต่อกรัม จุลินทรีย์จึงทำงานได้แรง ตั้งรกรากที่รากได้เร็ว และคงตัวได้นานระหว่างเก็บรักษา ให้ผลที่เชื่อถือได้กับพืช ดิน และสภาพการปลูกที่แตกต่างกัน
  • หนุนการป้องกันตัวของพืชผ่าน SAR และ ISR สายพันธุ์นี้ช่วยเตรียมภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติของพืชทั้งสองเส้นทาง ทำให้พืชทนต่อความเครียดทั้งจากสภาพแวดล้อมและจากสิ่งมีชีวิตได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี
  • เพิ่มความเป็นประโยชน์และการดูดใช้ธาตุอาหาร ละลายฟอสฟอรัสที่ถูกตรึงกับแร่ธาตุ และปลดปล่อยจุลธาตุสำคัญอย่างเหล็ก สังกะสี แมงกานีส และทองแดง ช่วยให้พืชใช้ธาตุอาหารได้คุ้มขึ้น เมแทบอลิซึมดีขึ้น และผลผลิตมีคุณภาพ
  • เร่งรากและความแข็งแรงระยะแรก สร้างฮอร์โมนพืชอย่าง IAA ที่กระตุ้นการยืดและแตกแขนงของราก รวมถึงความแข็งแรงของต้นกล้า และเพิ่มปริมาณคลอโรฟิลล์กับการสะสมมวลชีวภาพ ต้นพืชจึงแข็งแรงและทนทานขึ้น
  • ใช้ร่วมกับปัจจัยการผลิตได้กว้าง เข้ากันได้กับปุ๋ยส่วนใหญ่ สารฮิวมิก น้ำหมักปุ๋ยหมัก (compost tea) และจุลินทรีย์ผสมสูตรต่าง ๆ ผสานเข้ากับเกษตรอินทรีย์ เกษตรฟื้นฟู และเกษตรทั่วไปได้ง่าย ทั้งการคลุกเมล็ด การให้ทางดิน และการพ่นทางใบ
  • ผู้ผลิตแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อดินจากสหรัฐฯ Applied Biotech Industries ผลิตปุ๋ยจุลินทรีย์ด้วยกระบวนการหมัก จำหน่ายบาซิลลัส ซับทิลิส ประสิทธิภาพสูงทั้งแบบล็อตใหญ่ ขายส่ง และผลิตภายใต้แบรนด์ของท่าน (OEM) ให้บริการตัวแทนจำหน่าย บริษัทปัจจัยการผลิต และเกษตรกรที่ต้องการหัวเชื้อจุลินทรีย์ที่เชื่อถือได้สำหรับดูแลดินและพืช

กำลังมองหาบาซิลลัส ซับทิลิส สำหรับการเกษตรจากผู้ผลิตในสหรัฐฯ ที่ไว้ใจได้? หัวเชื้อ B. subtilis ของเราเหมาะสำหรับเสริมความทนทานของพืช ใช้ธาตุอาหารได้คุ้มขึ้น และบำรุงบริเวณรอบราก ไม่ว่าท่านจะต้องการโพรไบโอติกดินแบบล็อตใหญ่ จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อพืช หรือสูตรผสมเฉพาะที่ผลิตด้วยกระบวนการหมัก ติดต่อเราเพื่อขอใบเสนอราคาได้ทันที

ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค

ความเข้มข้น (CFU/g):

  • 200,000 ล้าน (2.0 × 10¹¹) CFU/g ชนิดผงแห้ง
  • ปรับความเข้มข้นตามต้องการได้เมื่อร้องขอ

ขนาดอนุภาค (เมช):

  • ผ่านตะแกรงร่อน 100 เมช

รูปแบบบรรจุ:

  • ถัง 22 ปอนด์ (10 กก.)
  • ถัง 42 ปอนด์ (19 กก.)
  • ถังดรัม 331 ปอนด์ (150 กก.)
  • มีบรรจุขนาดเล็กแบบสั่งทำได้เมื่อร้องขอ

อายุการเก็บ:

  • 1.5 ปีที่อุณหภูมิห้อง
  • 2 ปีขึ้นไปหากแช่เย็น

คำแนะนำการเก็บรักษา:

  • เก็บในที่เย็นและแห้ง พ้นแสงแดดโดยตรง
  • ปิดภาชนะให้สนิททุกครั้งหลังใช้

การควบคุมคุณภาพ:

  • ทุกล็อตจัดส่งพร้อมใบรับรองผลการวิเคราะห์ (CoA)

อัตราและวิธีใช้

วิธีใช้ บาซิลลัส ซับทิลิส พร้อมอัตราและความถี่ในการใช้แต่ละวิธี เชื้อผงชนิดนี้ละลายน้ำแล้วใช้ได้ทั้งทางดิน ร่องปลูก ทางใบ และคลุกเมล็ด

หมายเหตุ: ค่าต่อไร่เป็นค่าประมาณจากการแปลงหน่วยเพื่อความสะดวกของผู้ใช้ในไทย (1 ไร่ = 0.16 เฮกตาร์) ค่าตั้งต้นของผู้ผลิตคือหน่วยเอเคอร์และเฮกตาร์


การให้ทางดิน (ระบบน้ำหยด ราดโคน หรือให้ปุ๋ยทางน้ำ)

อัตรา:

  • 50 ถึง 100 กรัมต่อเอเคอร์ (125 ถึง 250 กรัมต่อเฮกตาร์) ราว 20 ถึง 40 กรัมต่อไร่

ความถี่:

  • ใช้ในช่วงที่รากเริ่มตั้งตัวหรือช่วงย้ายปลูก
  • ให้ซ้ำทุก 2 ถึง 4 สัปดาห์ในช่วงที่พืชกำลังเจริญเติบโต ตามความจำเป็น

วิธีใช้:

  1. ละลายในน้ำให้เข้ากันดี (ใช้น้ำในปริมาณที่พอจะซึมถึงเขตราก)
  2. กวนด้วยถังกวนหรือกวนมือ เพื่อให้จุลินทรีย์แขวนลอยอยู่ตลอด
  3. ให้ผ่านสายน้ำหยด หัวพ่นฝอย หรือระบบให้ปุ๋ยทางน้ำ โดยจ่ายให้ใกล้เขตรากที่สุด
  4. ล้างระบบหลังใช้ เพื่อป้องกันการอุดตันหรือคราบตกค้าง

ข้อห้าม: ห้ามผสมในถังเดียวกันกับสารกำจัดวัชพืช สารกำจัดเชื้อรา สารกำจัดแบคทีเรีย หรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช


การให้ในร่องปลูก (In-Furrow)

อัตรา:

  • 10 ถึง 20 กรัมต่อเอเคอร์ (25 ถึง 50 กรัมต่อเฮกตาร์) ราว 4 ถึง 8 กรัมต่อไร่

ความถี่:

  • ใช้ครั้งเดียวตอนปลูก เพื่อเน้นช่วงเริ่มแทงรากและการเจริญระยะแรก

วิธีใช้:

  1. ละลายผงจุลินทรีย์ในน้ำให้เข้ากันดี
  2. ให้ลงในร่องเมล็ดหรือร่องปลูกโดยตรงขณะหยอดเมล็ด
  3. หากจ่ายผ่านระบบน้ำ ต้องให้สารละลายสัมผัสเขตราก
  4. กวนอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้ตกตะกอน

เมื่อผสมในถังเดียวกันกับปุ๋ย:

  • ละลายปุ๋ยในน้ำให้หมดก่อน แล้วจึงเติมบาซิลลัส ซับทิลิส
  • ห้ามผสมกับสารกำจัดวัชพืช สารกำจัดเชื้อรา สารกำจัดแบคทีเรีย หรือสารกำจัดศัตรูพืช

การพ่นทางใบ

อัตรา:

  • 25 ถึง 50 กรัมต่อเอเคอร์ (60 ถึง 120 กรัมต่อเฮกตาร์) ราว 10 ถึง 20 กรัมต่อไร่

ความถี่:

  • เริ่มพ่นในระยะเจริญทางลำต้นและใบ หรือก่อนออกดอก
  • พ่นซ้ำทุก 7 ถึง 14 วัน โดยเฉพาะช่วงที่พืชเครียดหรือช่วงที่สภาพอากาศเอื้อต่อการเกิดโรค

วิธีใช้:

  1. พ่นตอนเช้าตรู่หรือตอนเย็น เพื่อลดการสัมผัสรังสียูวี
  2. ใช้สารจับใบชนิดไม่มีประจุ (non-ionic) หรือสารเพิ่มการเปียก เพื่อให้เกาะใบดีขึ้น
  3. พ่นให้ทั่วทรงพุ่ม รวมถึงใต้ใบ
  4. กวนสารละลายอย่างต่อเนื่องขณะพ่น

การคลุกเมล็ด

อัตรา:

  • 3 ถึง 5 กรัมต่อเมล็ด 1 กิโลกรัม

ความถี่:

  • ใช้ครั้งเดียวก่อนปลูก

วิธีใช้:

  1. ผสมกับสารช่วยยึดเกาะให้เข้ากันดี (เช่น น้ำเชื่อม หรือกัมอารบิก)
  2. คลุกให้เคลือบเมล็ดทั่วถึงทั้งผิว
  3. ผึ่งเมล็ดให้แห้งในที่ร่มก่อนหว่าน

คำถามที่พบบ่อย

ข้อมูลพื้นฐานผลิตภัณฑ์

Q: บาซิลลัส ซับทิลิส คืออะไร

A: บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) คือแบคทีเรียในดินที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ สร้างสปอร์ได้ และจัดอยู่ในกลุ่มไรโซแบคทีเรียส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช (PGPR) ในการเกษตรใช้เป็นทั้งสารกระตุ้นชีวภาพ ปุ๋ยจุลินทรีย์ และหัวเชื้อสำหรับดิน ช่วยให้พืชใช้ธาตุอาหารได้คุ้มขึ้น กระตุ้นการแตกราก และหนุนกลไกป้องกันตัวตามธรรมชาติของพืช (SAR และ ISR) ในไทยมักเรียกสั้น ๆ ว่า เชื้อบีเอส (BS) หรือเขียนติดกันว่า บาซิลลัสซับทิลิส ส่วนของ ABI เป็นเชื้อผงแห้งความเข้มข้น 200,000 ล้าน CFU ต่อกรัม


Q: บาซิลลัส คืออะไร เหมือนกับบาซิลลัส ซับทิลิสไหม

A: บาซิลลัส (Bacillus) เป็นชื่อสกุลของแบคทีเรียซึ่งมีหลายชนิด ส่วนบาซิลลัส ซับทิลิส เป็นชนิดหนึ่งในสกุลนี้ และเป็นชนิดที่หน้านี้จำหน่าย เวลาเห็นคำว่า เชื้อบาซิลลัส หรือ จุลินทรีย์บาซิลลัส จึงควรดูชื่อชนิดบนฉลากเสมอ งานทบทวนเรื่องกลไกของเชื้อบาซิลลัส (ดูส่วนงานวิจัย) อธิบายว่าเชื้อในสกุลนี้ รวมถึง B. subtilis ส่งเสริมสุขภาพพืชได้หลายกลไก ทั้งการสร้างสารต้านจุลชีพและการชักนำความต้านทานเชิงระบบ และเหมาะกับระบบเกษตรยั่งยืน


Q: Bacillus subtilis มีประโยชน์ต่อพืชอย่างไรบ้าง

A: ประโยชน์หลักมีห้าด้าน

  • ราก: สร้าง IAA และฮอร์โมนพืชอื่น ช่วยให้รากยืดและแตกแขนง ต้นกล้าตั้งตัวเร็ว
  • ธาตุอาหาร: ละลายฟอสฟอรัสที่ถูกตรึงและดึงจุลธาตุให้พืชใช้
  • กลไกป้องกันตัวของพืช: เตรียมภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติผ่าน SAR และ ISR
  • ความทนทาน: ช่วยให้พืชทนแล้ง เค็ม และร้อนได้ดีขึ้น
  • ดิน: ช่วยให้จุลินทรีย์ในดินสมดุลและดินมีสุขภาพดีขึ้น

ด้วยการทำหน้าที่ทั้งสารกระตุ้นชีวภาพ ปุ๋ยจุลินทรีย์ และหัวเชื้อสำหรับดิน จึงช่วยให้ดินสมบูรณ์และพืชแข็งแรงทนทานในระบบการปลูกที่หลากหลาย


Q: บาซิลลัส ซับทิลิส ต่างจากจุลินทรีย์ PGPR ชนิดอื่นอย่างไร

A: จุดเด่นของบาซิลลัส ซับทิลิส เมื่อเทียบกับไรโซแบคทีเรียส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช (PGPR) ชนิดอื่น คือสร้างสปอร์ได้ จึงคงตัวสูง และให้ประโยชน์ได้กว้างทั้งต่อดินและพืช PGPR บางชนิดต้องการสภาพแวดล้อมเฉพาะ แต่ B. subtilis ยังมีชีวิตอยู่ได้ในสภาพอากาศและระบบการปลูกที่หลากหลาย นอกจากนี้ยังช่วยการดูดใช้ธาตุอาหาร (โดยเฉพาะฟอสฟอรัสและจุลธาตุ) กระตุ้นการเจริญของราก และชักนำทั้ง SAR และ ISR จึงเป็นหนึ่งในหัวเชื้อจุลินทรีย์ที่ใช้ได้หลากหลายและได้ผลดีที่สุดในการเกษตร


Q: บาซิลลัส ซับทิลิส ช่วยเรื่องโรคพืชได้ไหม

A: ABI จำหน่ายบาซิลลัส ซับทิลิส ในฐานะปุ๋ยจุลินทรีย์และหัวเชื้อสำหรับดิน ไม่ได้จำหน่ายเป็นสารป้องกันกำจัดโรคพืช สิ่งที่เชื้อทำคือช่วยให้พืชเปิดใช้ระบบป้องกันตัวเองผ่านเส้นทาง SAR และ ISR ส่งเสริมการสร้างเอนไซม์ป้องกันตัวตามธรรมชาติ (เช่น peroxidase, chitinase, β-glucanase) และแย่งพื้นที่และทรัพยากรในเขตราก ทำให้พืชรับมือกับความเครียดทั้งจากสิ่งมีชีวิตและสภาพแวดล้อมได้ดีขึ้น ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ควบคุมโรคพืช หากต้องการควบคุมโรคพืช ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนเพื่อวัตถุประสงค์นั้น


Q: เชื้อบาซิลลัส ใช้ในเกษตรอินทรีย์ได้ไหม

A: ได้ บาซิลลัส ซับทิลิส ของ ABI เป็นสายพันธุ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและไม่ดัดแปรพันธุกรรม (non-GMO) ผลิตตามมาตรฐานที่เหมาะกับการเพาะปลูกแบบอินทรีย์ และใช้กันแพร่หลายในระบบเกษตรอินทรีย์และเกษตรฟื้นฟู ช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในดิน หนุนการหมุนเวียนธาตุอาหาร และเสริมสุขภาพพืชโดยไม่ต้องพึ่งปัจจัยสังเคราะห์ สำหรับแปลงที่อยู่ในระบบการรับรอง แนะนำให้แจ้งขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์กับหน่วยงานรับรองของท่าน เพื่อให้มีบันทึกเป็นปัจจัยการผลิตที่ได้รับอนุมัติ


Q: บาซิลลัส ซับทิลิส มีข้อเสียหรืออันตรายต่อสิ่งแวดล้อมไหม

A: บาซิลลัส ซับทิลิส เป็นจุลินทรีย์ในดินที่มีประโยชน์และส่งเสริมเกษตรยั่งยืน ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน ลดความจำเป็นในการใช้ปัจจัยเคมี และหนุนผลผลิตในระยะยาวโดยไม่ก่อความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ข้อที่ต้องระวังอยู่ที่วิธีใช้ ได้แก่ ห้ามผสมในถังเดียวกันกับสารกำจัดวัชพืช สารกำจัดเชื้อรา สารกำจัดแบคทีเรีย หรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช พ่นทางใบตอนเช้าตรู่หรือตอนเย็นเพื่อลดรังสียูวี และเก็บในที่เย็นและแห้ง ปิดภาชนะให้สนิททุกครั้ง


ข้อมูลทางเทคนิค

Q: เชื้อบาซิลลัส ซับทิลิส ชนิดผง เข้มข้นเท่าไหร่ ละเอียดแค่ไหน

A: ผลิตเป็นผงแห้งความเข้มข้น 200,000 ล้าน (2.0 × 10¹¹) CFU ต่อกรัม และปรับความเข้มข้นตามต้องการได้เมื่อร้องขอ ผงละเอียดผ่านตะแกรงร่อน 100 เมช ค่า CFU ที่สูงช่วยให้จุลินทรีย์ทำงานได้เต็มที่ เจริญเกาะรากได้เร็ว และคงตัวได้นานระหว่างเก็บรักษา ทุกล็อตจัดส่งพร้อมใบรับรองผลการวิเคราะห์ (CoA)


Q: จุลินทรีย์บาซิลลัส ช่วยให้พืชได้ธาตุอาหารอะไรบ้าง

A: บาซิลลัส ซับทิลิส ช่วยให้พืชเข้าถึงธาตุอาหารเหล่านี้ได้ดีขึ้น

  • ฟอสฟอรัส (P): ละลายฟอสเฟตที่ถูกตรึงอยู่กับแร่ธาตุในดิน
  • เหล็ก (Fe): จับเหล็กด้วยไซเดอโรฟอร์และทำให้อยู่ในรูปที่พืชใช้ได้
  • ธาตุอาหารรองและจุลธาตุ: สังกะสี (Zn) แมงกานีส (Mn) ทองแดง (Cu) แมกนีเซียม (Mg) กำมะถัน (S) และแคลเซียม (Ca)

จึงเหมาะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการใส่ปุ๋ยจุลินทรีย์ที่เน้นการใช้ธาตุอาหารให้คุ้มค่า


Q: ใช้เชื้อบาซิลลัส ร่วมกับเชื้อราที่มีประโยชน์ในดินได้ไหม

A: ได้ บาซิลลัส ซับทิลิส เข้ากันได้ดีกับจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ชนิดอื่น เพราะแต่ละชนิดอยู่คนละตำแหน่งในบริเวณรอบราก จึงทำงานเสริมกันแทนที่จะแย่งกัน บาซิลลัส ซับทิลิส เด่นเรื่องละลายธาตุอาหารและกระตุ้นภูมิคุ้มกันพืช เชื้อราไมคอร์ไรซา ช่วยดูดฟอสฟอรัสและน้ำ ส่วน เชื้อราไตรโคเดอร์มา หนุนสุขภาพเขตรากและการย่อยสลายอินทรียวัตถุ การใช้ร่วมกันช่วยเสริมการเจริญเติบโต ความทนทานของพืช และสมดุลจุลินทรีย์ในดิน โดยเฉพาะในเกษตรอินทรีย์และเกษตรฟื้นฟู


Q: บาซิลลัส ซับทิลิส ผสมปุ๋ยได้ไหม ห้ามผสมกับอะไร

A: ผสมได้กับปุ๋ยน้ำส่วนใหญ่ สารฮิวมิก และปัจจัยการผลิตอินทรีย์ รวมถึงน้ำหมักปุ๋ยหมักและจุลินทรีย์ผสมสูตรต่าง ๆ เวลาผสมในถังเดียวกัน ให้ละลายปุ๋ยในน้ำให้หมดก่อน แล้วจึงเติมจุลินทรีย์ สิ่งที่ห้ามผสมในถังเดียวกันคือสารกำจัดวัชพืช สารกำจัดเชื้อรา สารกำจัดแบคทีเรีย และสารเคมีกำจัดศัตรูพืช


Q: หัวเชื้อบาซิลลัส เก็บได้นานไหม ต้องเก็บอย่างไร

A: เก็บได้ 1.5 ปีที่อุณหภูมิห้อง และ 2 ปีขึ้นไปหากแช่เย็น ให้เก็บในที่เย็นและแห้ง พ้นแสงแดดโดยตรง และปิดภาชนะให้สนิททุกครั้งหลังใช้ อายุการเก็บที่ยาวนี้มาจากการที่เชื้อสร้างสปอร์ได้และคงตัวสูง


การใช้งาน

Q: บาซิลลัส ซับทิลิส วิธีใช้ อัตราต่อไร่เท่าไหร่

A: ละลายผงในน้ำแล้วใช้ได้ 4 วิธี

  • ให้ทางดิน (น้ำหยด ราดโคน หรือให้ปุ๋ยทางน้ำ) 50 ถึง 100 กรัมต่อเอเคอร์ (125 ถึง 250 กรัมต่อเฮกตาร์) ราว 20 ถึง 40 กรัมต่อไร่
  • ให้ในร่องปลูก 10 ถึง 20 กรัมต่อเอเคอร์ (25 ถึง 50 กรัมต่อเฮกตาร์) ราว 4 ถึง 8 กรัมต่อไร่
  • พ่นทางใบ 25 ถึง 50 กรัมต่อเอเคอร์ (60 ถึง 120 กรัมต่อเฮกตาร์) ราว 10 ถึง 20 กรัมต่อไร่
  • คลุกเมล็ด 3 ถึง 5 กรัมต่อเมล็ด 1 กิโลกรัม

ใช้ร่วมกับปุ๋ยน้ำ ปัจจัยอินทรีย์ และจุลินทรีย์ผสมได้หลายชนิด ค่าต่อไร่เป็นค่าประมาณ ขั้นตอนโดยละเอียดอยู่ในส่วนวิธีใช้ด้านบน


Q: ใช้เชื้อบาซิลลัส ตอนไหน และต้องใช้บ่อยแค่ไหน

A: การให้ทางดินเริ่มในช่วงที่รากเริ่มตั้งตัวหรือช่วงย้ายปลูก แล้วให้ซ้ำทุก 2 ถึง 4 สัปดาห์ในช่วงที่พืชกำลังเจริญเติบโตตามความจำเป็น การให้ในร่องปลูกและการคลุกเมล็ดใช้ครั้งเดียวตอนปลูกหรือก่อนปลูก ส่วนการพ่นทางใบเริ่มในระยะเจริญทางลำต้นและใบหรือก่อนออกดอก และพ่นซ้ำทุก 7 ถึง 14 วัน โดยเฉพาะช่วงที่พืชเครียดสูงหรือช่วงที่สภาพอากาศเอื้อต่อการเกิดโรค ควรพ่นตอนเช้าตรู่หรือตอนเย็นเพื่อลดรังสียูวี


Q: บาซิลลัส ซับทิลิส ใช้กับพืชอะไรได้บ้าง ใช้กับทุเรียนได้ไหม

A: ใช้ได้กับพืชหลากหลาย ได้แก่

  • พืชไร่: ข้าวโพด ข้าวสาลี ถั่วเหลือง ข้าวฟ่าง
  • ผักและผลไม้: มะเขือเทศ ผักกาดหอม สตรอว์เบอร์รี ส้ม
  • ไม้ยืนต้น: องุ่น แอปเปิล พืชตระกูลเบอร์รี
  • พืชมูลค่าสูง: สมุนไพร ไม้ประดับ ผักในโรงเรือน

นอกจากนี้ยังใช้ในสวนไม้ผลและสนามหญ้า โดยใช้อัตราและวิธีเดียวกับที่ระบุในส่วนวิธีใช้

ใช้กับทุเรียนได้ โดยใช้แบบเดียวกับสวนไม้ผลอื่น คือละลายผงในน้ำแล้วให้ทางดินแบบราดโคน น้ำหยด หรือให้ปุ๋ยทางน้ำ ราว 20 ถึง 40 กรัมต่อไร่ (50 ถึง 100 กรัมต่อเอเคอร์) หรือพ่นทางใบราว 10 ถึง 20 กรัมต่อไร่ (25 ถึง 50 กรัมต่อเอเคอร์) ค่าต่อไร่เป็นค่าประมาณ


Q: ใช้เชื้อบาซิลลัส ในระบบไฮโดรโปนิกส์ได้ไหม

A: ได้ บาซิลลัส ซับทิลิส ใช้ได้อย่างปลอดภัยในระบบไฮโดรโปนิกส์ เช่นเดียวกับระบบเกษตรทั่วไปและระบบไม่ไถพรวน งานวิจัยในผักกาดหอมที่ปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์พบว่า สารละลายธาตุอาหารที่มี B. subtilis 15.6 ถึง 31.2 × 10³ CFU/mL เพิ่มจำนวนใบได้ราว 20% และน้ำหนักสดมากกว่า 22% หากต้องการกำหนดอัตราใช้ให้เหมาะกับระบบของท่าน ทีมงานของ ABI ให้การสนับสนุนด้านเทคนิคได้เต็มที่


การสั่งซื้อและการจัดจำหน่าย

Q: บาซิลลัส ซับทิลิส ราคาเท่าไหร่ ซื้อที่ไหน มีขนาดอะไรบ้าง

A: สั่งซื้อได้โดยตรงจาก Applied Biotech Industries ผู้ผลิตบาซิลลัส ซับทิลิส ชนิดผงด้วยกระบวนการหมัก จากโรงงานในรัฐวิสคอนซิน สหรัฐฯ ราคาขึ้นกับปริมาณและขนาดบรรจุ ติดต่อฝ่ายขายเพื่อขอใบเสนอราคา ขนาดบรรจุสำหรับสั่งปริมาณมากมีถัง 22 ปอนด์ (10 กก.) ถัง 42 ปอนด์ (19 กก.) และถังดรัม 331 ปอนด์ (150 กก.) และมีบรรจุขนาดเล็กแบบสั่งทำได้เมื่อร้องขอ


Q: หัวเชื้อบาซิลลัส ยี่ห้อไหนดี ควรดูอะไรก่อนซื้อ

A: ดูสามอย่าง คือ ความเข้มข้น (CFU ต่อกรัม) การควบคุมการผลิต และเอกสารรับรองคุณภาพของแต่ละล็อต ABI ผลิตบาซิลลัส ซับทิลิส เองทั้งหมดด้วยกระบวนการหมักที่ควบคุม เพื่อให้ได้ค่า CFU สูง ผลิตภัณฑ์คงตัว และให้ผลสม่ำเสมอในแปลง ความเข้มข้น 200,000 ล้าน CFU/g และทุกล็อตจัดส่งพร้อมใบรับรองผลการวิเคราะห์ (CoA) เราเป็นผู้ผลิตปุ๋ยจุลินทรีย์ที่ส่งสินค้าให้ลูกค้าทั้งในเกษตรอินทรีย์ เกษตรฟื้นฟู และเกษตรทั่วไป


Q: จุลินทรีย์บาซิลลัส ขายส่งและรับผลิต OEM ได้ไหม

A: ได้ ABI ขายส่งจุลินทรีย์เพื่อการเกษตร รับผลิตปุ๋ยจุลินทรีย์ภายใต้แบรนด์ของท่าน (OEM) และพัฒนาสูตรเฉพาะให้ลูกค้าธุรกิจเกษตร ท่านจะสั่งหัวเชื้อไปผลิตล็อตใหญ่ สั่งโพรไบโอติกดินปริมาณมาก หรือให้เราผลิตสูตรด้วยกระบวนการหมักก็ได้ เรามีทีมเทคนิคคอยช่วยเหลือ จัดส่งได้ยืดหยุ่น และปรับความเข้มข้นกับขนาดบรรจุตามต้องการได้เมื่อร้องขอ


อื่น ๆ

ไม่พบรายการ

มีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายพันธุ์นี้ไหม ทีมงานของเราพร้อมให้ข้อมูลเรื่องสเปก สต็อกสินค้า และราคา

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

1. การใช้ไรโซแบคทีเรียส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช Bacillus subtilis บรรเทาความเสียหายจากความเค็มในข้าว (Oryza sativa L.)

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • การใช้ B. subtilis ช่วยบรรเทาความเสียหายจากความเค็มในข้าว
  • ต้นข้าวที่ได้รับเชื้อมีค่าการเจริญเติบโตและความทนต่อความเครียดดีขึ้น
  • กิจกรรมสารต้านอนุมูลอิสระและสมดุลไอออนดีขึ้นภายใต้สภาพดินเค็ม

2. Bacillus subtilis กับการเพิ่มความทนต่อความเครียดจากสภาพแวดล้อมในพืช

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • B. subtilis ช่วยให้พืชทนต่อความเครียดจากสภาพแวดล้อมได้หลายแบบ รวมถึงความแล้งและความเค็ม
  • กลไกที่พบ ได้แก่ การปรับการทำงานของยีนที่ตอบสนองต่อความเครียด และกิจกรรมของเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระ
  • ช่วยให้พืชรักษาสมดุลทางสรีรวิทยาไว้ได้เมื่อเจอสภาพแวดล้อมกดดัน

3. กลไกของเชื้อบาซิลลัสในการเพิ่มประสิทธิภาพของเกษตรกรรมสีเขียว

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • อธิบายกลไกโดยละเอียดที่เชื้อในสกุล Bacillus รวมถึง B. subtilis ใช้ส่งเสริมสุขภาพพืช
  • เน้นบทบาทของการสร้างสารต้านจุลชีพและการชักนำความต้านทานเชิงระบบ
  • สนับสนุนการนำไปใช้ในระบบเกษตรยั่งยืนและระบบที่ใช้ปัจจัยการผลิตต่ำ

4. Bacillus subtilis: ไรโซแบคทีเรียส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชที่มีผลต่อความเครียดจากสิ่งมีชีวิตด้วย

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • B. subtilis ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชและเพิ่มความต้านทานต่อความเครียดจากสิ่งมีชีวิต
  • ทำงานผ่านการสร้างฮอร์โมนพืช การละลายธาตุอาหาร และการยับยั้งเชื้อก่อโรค
  • สร้างสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) และเปปไทด์ออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่มีผลต่อจุลินทรีย์บริเวณราก

5. ผลของ Bacillus subtilis ต่อการเจริญเติบโตของพืช สุขภาพดิน และสิ่งแวดล้อม

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • B. subtilis ช่วยให้พืชเจริญเติบโตดีขึ้นและดินมีสุขภาพดีขึ้น
  • มีบทบาทช่วยให้พืชทนต่อความเครียดทั้งจากสิ่งมีชีวิตและจากสภาพแวดล้อม
  • เพิ่มความหลากหลายของจุลินทรีย์บริเวณรอบรากและการหมุนเวียนอินทรียวัตถุ

6. Bacillus subtilis ER-08: ไรโซแบคทีเรียส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชที่ทำงานได้หลายด้าน

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • B. subtilis สายพันธุ์ ER-08 ช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตและความทนต่อความเครียดของพืช
  • แสดงศักยภาพในการใช้เป็นหัวเชื้อชีวภาพสำหรับเกษตรยั่งยืน
  • ละลายฟอสเฟตและสร้างไซเดอโรฟอร์ที่ช่วยปลดปล่อยจุลธาตุ

7. Bacillus subtilis ช่วยให้ข้าวโพดและถั่วแขกทนต่อการขาดน้ำได้ดีขึ้น

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • การใช้ B. subtilis ช่วยให้ข้าวโพดและถั่วแขกทนแล้งได้ดีขึ้น
  • การตอบสนองทางสรีรวิทยาและชีวเคมีดีขึ้นภายใต้สภาพขาดน้ำ
  • ประสิทธิภาพการใช้น้ำเพิ่มขึ้น และพืชรักษามวลชีวภาพไว้ได้แม้อยู่ในภาวะเครียด

8. การใส่เชื้อ Bacillus subtilis ช่วยเพิ่มการดูดใช้ธาตุอาหารและกิจกรรมทางสรีรวิทยาของอ้อยภายใต้ภาวะแล้ง

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • B. subtilis เพิ่มคลอโรฟิลล์เอและคลอโรฟิลล์รวมในอ้อย 25 ถึง 30% ทั้งในสภาพปกติและสภาพแล้ง
  • อัตราการสังเคราะห์แสงสุทธิเพิ่มขึ้น 40% เมื่อได้น้ำเพียงพอ และ 67% ภายใต้ภาวะแล้ง
  • ประสิทธิภาพการใช้น้ำดีขึ้น 32 ถึง 40% ส่งผลให้อ้อยเจริญเติบโตและสะสมคาร์โบไฮเดรตได้มากขึ้น

9. ผลผลิต ธาตุอาหาร และการแลกเปลี่ยนก๊าซที่ใบของผักกาดหอมที่ใส่เชื้อ Bacillus subtilis ในระบบไฮโดรโปนิกส์

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • สารละลายธาตุอาหารที่มี B. subtilis ที่ความเข้มข้น 15.6 ถึง 31.2 × 10³ CFU/mL เพิ่มจำนวนใบผักกาดหอมราว 20% และน้ำหนักสดมากกว่า 22%
  • ค่าการนำไหลของปากใบและอัตราการสังเคราะห์แสงดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ยืนยันการส่งเสริมการเจริญเติบโตในระบบปลูกไม่ใช้ดิน

ผลนี้ชี้ให้เห็นศักยภาพของ B. subtilis ในฐานะหัวเชื้อจุลินทรีย์สำหรับการผลิตแบบไฮโดรโปนิกส์

สอบถามเกี่ยวกับสายพันธุ์นี้

ที่อยู่

Applied Biotech Industries 520 Progress Drive Belgium, WI 53004, USA (สหรัฐอเมริกา)

ช่องทางติดต่อ

info@abimicrobes.com
+1 (262) 285-4390

บาซิลลัส ซับทิลิส แบคทีเรียเพื่อพืชแข็งแรงและดินสมบูรณ์
ขอบคุณ เราได้รับข้อมูลของท่านแล้ว ทีมงานจะติดต่อกลับโดยเร็ว
ขออภัย เกิดข้อผิดพลาดระหว่างส่งแบบฟอร์ม กรุณาลองใหม่อีกครั้ง
กลับขึ้นด้านบน