แบคทีเรีย

Bacillus mucilaginosus (บาซิลลัส มิวซิลาจิโนซัส)

โปรไฟล์การทำงาน
Bacillus mucilaginosus (บาซิลลัส มิวซิลาจิโนซัส)

จุลินทรีย์ละลายโพแทสเซียมและซิลิเกต ปลดปล่อยธาตุอาหารจากแร่ในดิน

Bacillus mucilaginosus (หรือ Paenibacillus mucilaginosus) เป็นแบคทีเรียดินที่ช่วยปลดปล่อยโพแทสเซียม (K) ฟอสฟอรัส (P) และซิลิกอน (Si) ที่ละลายยากและถูกตรึงอยู่ในแร่ ให้อยู่ในรูปที่พืชดูดไปใช้ได้ตามกระบวนการธรรมชาติ หัวเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ช่วยปรับโครงสร้างดิน เสริมความทนทานของพืชต่อสภาวะเครียด และกระตุ้นการเจริญของราก จึงเป็นทางเลือกจากธรรมชาติที่ยั่งยืนสำหรับเกษตรกรที่ต้องการลดการใช้ปุ๋ยเคมี

  • ละลายโพแทสเซียมและซิลิกาที่จับอยู่กับแร่ รวมถึงฟอสฟอรัส
  • เพิ่มจุลธาตุและธาตุอาหารรองที่พืชนำไปใช้ได้ ทั้ง Fe, Zn, Mn, Cu, Ca, Mg, Mo และ S
  • ปรับปรุงโครงสร้างดิน และการอุ้มความชื้น
  • ช่วยให้พืชทนแล้ง และทนต่อสภาวะเครียดได้ดีขึ้น

ประโยชน์ทางการเกษตร

ฟังก์ชันทางชีวภาพ 18 ด้าน · คะแนนเต็ม 100

Bacillus mucilaginosus ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินและการเจริญเติบโตของพืช ด้วยความสามารถในการละลายโพแทสเซียม ฟอสเฟต และซิลิเกต จึงเป็นปุ๋ยจุลินทรีย์ที่ช่วยบำรุงพืชและลดการพึ่งพาปุ๋ยสังเคราะห์ เชื้อนี้ยังเป็นแบคทีเรียส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช (PGPR) ที่ช่วยเพิ่มจุลธาตุและธาตุอาหารรองที่พืชนำไปใช้ได้อย่างชัดเจน ทั้งซิลิกอน แคลเซียม เหล็ก สังกะสี แมงกานีส ทองแดง แมกนีเซียม กำมะถัน และโมลิบดีนัม ช่วยให้เมแทบอลิซึมของพืชทำงานได้ดีและเสริมกลไกป้องกันตัวของพืชต่อความเครียดจากสภาพแวดล้อม


Bacillus mucilaginosus ละลายโพแทสเซียมจากแร่ในดิน

เชื้อนี้ทำหน้าที่เป็นแบคทีเรียละลายโพแทสเซียม ปลดปล่อยโพแทสเซียมที่พืชใช้ได้ออกจากแร่อย่างเฟลด์สปาร์และไมกา กระบวนการธรรมชาตินี้ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน เสริมระบบรากให้แข็งแรง และทำให้พืชทนแล้งและทนต่อความเครียดจากสภาพแวดล้อมได้ดีขึ้น เกษตรกรที่ใช้ B. mucilaginosus ของเราในแผนจัดการดิน จะลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีได้ และได้ทั้งดินที่ดีขึ้นและผลผลิตที่ดีขึ้น


ละลายฟอสเฟตและปลดปล่อยธาตุซิลิกอน

นอกจากโพแทสเซียมแล้ว เชื้อนี้ยังเป็นสารกระตุ้นชีวภาพจากแบคทีเรียที่ละลายได้ทั้งฟอสเฟตและซิลิเกต เมื่อแร่ฟอสเฟตและแร่ซิลิเกตที่ละลายยากในดินถูกย่อยสลาย ธาตุอาหารสำคัญเหล่านี้จะอยู่ในรูปที่พืชดูดไปใช้ได้

ฟอสฟอรัสที่ถูกปลดปล่อยจากแร่ในดินช่วยให้รากพัฒนาได้ดี ขณะเดียวกันซิลิกอนที่หลุดออกจากสารประกอบที่ไม่ละลายน้ำช่วยเสริมความแข็งแรงของผนังเซลล์พืช เมื่อพืชดูดซิลิกอนได้มากขึ้น โครงสร้างต้นจะแข็งแรงขึ้น และทนต่อสภาวะเครียดได้มากขึ้น


เพิ่มธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และจุลธาตุที่พืชนำไปใช้ได้

หัวเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้สนับสนุนเกษตรอินทรีย์และเกษตรยั่งยืน ด้วยการช่วยให้ธาตุอาหารสำคัญหลายชนิดเคลื่อนที่และพร้อมให้พืชใช้มากขึ้น ดังนี้

  • โพแทสเซียม (K): ละลายแร่ที่มีโพแทสเซียม เช่น เฟลด์สปาร์ และไมกา
    ประโยชน์ต่อพืช: ช่วยให้รากเจริญดี ทนแล้งได้ดีขึ้น และสนับสนุนการทำงานของเอนไซม์
  • ฟอสฟอรัส (P): ละลายสารประกอบฟอสเฟต เช่น หินฟอสเฟต และแคลเซียมฟอสเฟต
    ประโยชน์ต่อพืช: เสริมการถ่ายทอดพลังงาน การพัฒนาราก และการออกดอก
  • ซิลิกอน (Si): ปลดปล่อยกรดซิลิซิกในรูปที่พืชนำไปใช้ได้
    ประโยชน์ต่อพืช: เสริมความแข็งแรงของผนังเซลล์และความทนทานต่อสภาวะเครียด
  • แคลเซียม (Ca): ละลาย CaCO₃ ยิปซัม และฟอสเฟต
    ประโยชน์ต่อพืช: เสริมผนังเซลล์ ป้องกันอาการผิดปกติทางสรีรวิทยา เช่น ผลเน่าที่ก้นผล (blossom-end rot)
  • เหล็ก (Fe): กรดอินทรีย์และไซเดอโรฟอร์ช่วยเพิ่มการละลายของ Fe³⁺
    ประโยชน์ต่อพืช: ป้องกันอาการใบเหลืองซีด และสนับสนุนการสังเคราะห์แสง
  • สังกะสี (Zn): ละลายแร่สังกะสีด้วยกรด
    ประโยชน์ต่อพืช: เสริมการทำงานของเอนไซม์ การพัฒนารากและดอก
  • แมงกานีส (Mn): รีดิวซ์ Mn(IV) ให้เป็น Mn²⁺ ที่พืชนำไปใช้ได้
    ประโยชน์ต่อพืช: สนับสนุนการสังเคราะห์แสงและความทนทานต่อสภาวะเครียด
  • ทองแดง (Cu): ละลายแร่ทองแดงด้วยกรด
    ประโยชน์ต่อพืช: ช่วยการทำงานของเอนไซม์และกลไกป้องกันตัวของพืช
  • แมกนีเซียม (Mg): ละลายแร่แมกนีเซียม
    ประโยชน์ต่อพืช: เสริมการสร้างคลอโรฟิลล์และการผลิตพลังงาน
  • กำมะถัน (S): เปลี่ยนกำมะถันและซัลเฟตให้อยู่ในรูป SO₄²⁻
    ประโยชน์ต่อพืช: เสริมการสังเคราะห์โปรตีนและเมแทบอลิซึมของพืช
  • โมลิบดีนัม (Mo): เพิ่มความเป็นประโยชน์ของ MoO₄²⁻
    ประโยชน์ต่อพืช: สนับสนุนการตรึงไนโตรเจนและการรีดิวซ์ไนเตรต

ผลิตกรดอินทรีย์และเอนไซม์

B. mucilaginosus ผลิตกรดอินทรีย์ (เช่น กรดซิตริกและกรดกลูโคนิก) และเอนไซม์ที่ช่วยปลดปล่อยแร่ธาตุจำเป็นในดินออกมาให้พืชดูดใช้ได้มากขึ้น


ปรับปรุงโครงสร้างดิน

เชื้อหลั่งพอลิแซ็กคาไรด์ที่ช่วยให้เม็ดดินเกาะตัวกันดีขึ้น ดินจึงอุ้มน้ำได้ดี ระบายอากาศดี และมีความหลากหลายของจุลินทรีย์มากขึ้น เกิดสภาพที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของพืช


ช่วยพืชทนแล้งและลดผลกระทบจากโลหะหนัก

Bacillus mucilaginosus ช่วยให้พืชรับมือกับความแล้งได้ดีขึ้นผ่านการอุ้มน้ำของดินและการพัฒนาราก และยังช่วยลดความเป็นพิษของโลหะหนักในดินที่ปนเปื้อน ด้วยการจับและเปลี่ยนรูปธาตุที่เป็นพิษ ทำให้พืชดูดเข้าไปน้อยลงและเจริญได้ดีขึ้นแม้ในดินปัญหา


กระตุ้นการเจริญเติบโตของพืช

เชื้อสร้างฮอร์โมนพืช (IAA และจิบเบอเรลลิน) ตามธรรมชาติ ส่งผลให้รากแข็งแรงขึ้น พืชเจริญเร็วขึ้น และให้ผลผลิตสูงขึ้น


ลดการใช้ปุ๋ยเคมี เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เมื่อการหมุนเวียนธาตุอาหารในดินดีขึ้น B. mucilaginosus ช่วยลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี และสนับสนุนการทำเกษตรยั่งยืนและเกษตรอินทรีย์


ทำไมต้องเลือก Bacillus mucilaginosus ของ ABI

  • ละลายธาตุอาหารได้สามทาง: สายพันธุ์ Bacillus mucilaginosus ของเราละลายได้ทั้งโพแทสเซียม ฟอสเฟต และซิลิเกตอย่างมีประสิทธิภาพ ดึงธาตุอาหารที่ถูกตรึงในเฟลด์สปาร์ ไมกา และแร่ฟอสเฟตออกมา ให้พืชเข้าถึง K, P และ Si ได้มากขึ้น เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินพร้อมลดต้นทุนปัจจัยสังเคราะห์
  • ความเข้มข้นสูงและเก็บได้นาน: ผลิตที่ความเข้มข้นสูงสุด 10,000 ล้าน CFU/g เชื้อมีชีวิตสูง คุ้มค่า และมีอายุการเก็บยาว ด้วยคุณสมบัติสร้างสปอร์ จึงคงตัวและทำงานได้ต่อเนื่องในดินและสภาพอากาศที่หลากหลาย
  • เพิ่มการดูดจุลธาตุและความแข็งแรงของเขตราก: ช่วยปลดปล่อยจุลธาตุและธาตุอาหารรองสำคัญ ทั้งเหล็ก สังกะสี แมงกานีส ทองแดง แมกนีเซียม กำมะถัน แคลเซียม และโมลิบดีนัม ให้พืชเจริญได้ดีแม้ในดินที่ขาดธาตุอาหารหรืออยู่ในสภาวะเครียด การหลั่งกรดอินทรีย์และกิจกรรมของเอนไซม์ช่วยให้รากเข้าถึงธาตุอาหารที่ถูกตรึง และทำให้บริเวณรอบรากสมบูรณ์ขึ้น
  • ปรับโครงสร้างดินและช่วยพืชทนแล้ง: พอลิแซ็กคาไรด์นอกเซลล์ที่เชื้อสร้างขึ้นช่วยให้เม็ดดินเกาะตัว ระบายอากาศ และอุ้มน้ำได้ดีขึ้น พืชทนแล้งและทนเค็มได้มากขึ้น และระบบนิเวศในดินฟื้นตัวได้ดีขึ้น
  • ไม่ดัดแปรพันธุกรรม เหมาะกับระบบเกษตรอินทรีย์: เป็นแบคทีเรียที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและไม่ดัดแปรพันธุกรรม (non-GMO) ผลิตตามมาตรฐานที่เหมาะกับการเพาะปลูกแบบอินทรีย์ และใช้ในระบบเกษตรอินทรีย์และเกษตรฟื้นฟู เหมาะกับแผนบำรุงดินแบบใช้ปัจจัยน้อยและยั่งยืน
  • ผลิตในสหรัฐอเมริกาโดย ABI: Applied Biotech Industries เป็นผู้ผลิตจุลินทรีย์เพื่อการเกษตรในสหรัฐฯ เชี่ยวชาญการผลิตปุ๋ยจุลินทรีย์ความเข้มข้นสูงด้วยกระบวนการหมัก สำหรับการเกษตร การทำปุ๋ยหมัก และเกษตรยั่งยืน เราผลิต Bacillus mucilaginosus สำหรับการขายแบบล็อตใหญ่ ขายส่ง และผลิตภายใต้แบรนด์ของท่าน (OEM) ทุกล็อตจัดส่งพร้อมใบรับรองผลการวิเคราะห์ (CoA)

กำลังมองหาจุลินทรีย์ละลายโพแทสเซียมคุณภาพสำหรับงานเกษตรอยู่ใช่ไหม ABI จำหน่าย Bacillus mucilaginosus ชนิดผงและรูปแบบสั่งทำ เพื่อสุขภาพดิน การละลายธาตุอาหาร และเกษตรฟื้นฟู ไม่ว่าท่านจะต้องการซื้อแบคทีเรียละลายโพแทสเซียม โพรไบโอติกดินสำหรับเกษตรยั่งยืน หรือหัวเชื้อจุลินทรีย์แบบขายส่ง เราพร้อมผลิตให้จากโรงงานในสหรัฐฯ สำหรับร้านค้าปัจจัยการเกษตร ตัวแทนจำหน่าย และฟาร์มขนาดใหญ่

ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค

ความเข้มข้น (CFU/g):

  • 10,000 ล้าน (1.0 × 10¹⁰) CFU/g ชนิดผงแห้ง
  • ปรับความเข้มข้นตามต้องการได้เมื่อร้องขอ

ขนาดอนุภาค (เมช):

  • ผ่านตะแกรงร่อน 100 เมช

รูปแบบบรรจุ:

  • ถัง 18 ปอนด์ (8 กก.)
  • ถัง 33 ปอนด์ (15 กก.)
  • ถังขนาดใหญ่ 276 ปอนด์ (125 กก.)
  • มีบรรจุขนาดเล็กแบบสั่งทำได้เมื่อร้องขอ

อายุการเก็บ:

  • 1.5 ปีที่อุณหภูมิห้อง
  • 2 ปีขึ้นไปหากแช่เย็น

คำแนะนำการเก็บรักษา:

  • เก็บในที่เย็นและแห้ง พ้นแสงแดดโดยตรง
  • ปิดภาชนะให้สนิททุกครั้งหลังใช้

อัตราและวิธีใช้

วิธีใช้ Bacillus mucilaginosus พร้อมอัตราและความถี่ในการใช้แต่ละวิธี หัวเชื้อผงชนิดนี้ละลายน้ำแล้วใช้ได้ทั้งทางดิน ในร่องปลูก คลุกเมล็ด และผสมวัสดุอินทรีย์

หมายเหตุ: ค่าต่อไร่เป็นค่าประมาณจากการแปลงหน่วยเพื่อความสะดวกของผู้ใช้ในไทย (1 ไร่ = 0.16 เฮกตาร์) ค่าตั้งต้นของผู้ผลิตคือหน่วยเอเคอร์และเฮกตาร์


การให้ทางดิน (ระบบน้ำหยด ราดโคน หรือให้ปุ๋ยทางน้ำ)

อัตรา:

  • 500 ถึง 1,000 กรัมต่อเอเคอร์ (1.25 ถึง 2.5 กิโลกรัมต่อเฮกตาร์) ราว 200 ถึง 400 กรัมต่อไร่

ความถี่:

  • ใช้อย่างน้อยสองครั้ง คือช่วงต้นกล้าหนึ่งครั้ง และช่วงเจริญเติบโตอีกหนึ่งครั้ง
  • ให้ซ้ำได้ทุก 2 ถึง 4 สัปดาห์ตามความจำเป็น
  • เริ่มใช้ครั้งแรกตั้งแต่ระยะต้นกล้า เพื่อให้เชื้อมีเวลาตั้งรกรากในดินและช่วยละลายโพแทสเซียมได้เต็มที่

วิธีใช้:

  1. ละลายในน้ำให้เข้ากันดี (ใช้น้ำในปริมาณที่ชุ่มถึงเขตราก)
  2. กวนด้วยถังกวนหรือกวนมือเพื่อคงการแขวนลอยของจุลินทรีย์
  3. ให้ผ่านสายน้ำหยด หัวพ่นฝอย หรือระบบให้ปุ๋ยทางน้ำ โดยจ่ายให้ใกล้เขตรากที่สุด
  4. ล้างระบบหลังใช้เพื่อป้องกันการอุดตันหรือคราบตกค้าง

ห้ามผสมในถังเดียวกันกับสารกำจัดวัชพืช สารกำจัดเชื้อรา สารกำจัดแบคทีเรีย หรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช


การให้ในร่องปลูก (In-Furrow)

อัตรา:

  • 100 ถึง 200 กรัมต่อเอเคอร์ (250 ถึง 500 กรัมต่อเฮกตาร์) ราว 40 ถึง 80 กรัมต่อไร่

ความถี่:

  • ใช้ครั้งเดียวตอนปลูก เพื่อเน้นช่วงเริ่มแตกรากและการเจริญระยะแรก

วิธีใช้:

  1. ละลายผงจุลินทรีย์ในน้ำให้เข้ากันดี
  2. ให้ลงในร่องเมล็ดหรือร่องปลูกโดยตรงขณะหยอดเมล็ด
  3. หากจ่ายผ่านระบบน้ำ ต้องให้สารละลายสัมผัสเขตราก
  4. กวนอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการตกตะกอน

เมื่อผสมในถังเดียวกันกับปุ๋ย:

  • ละลายปุ๋ยในน้ำให้หมดก่อน แล้วจึงเติมจุลินทรีย์
  • ห้ามผสมกับสารกำจัดวัชพืช สารกำจัดเชื้อรา สารกำจัดแบคทีเรีย หรือสารกำจัดศัตรูพืช

การคลุกเมล็ด

อัตรา:

  • 2 ถึง 5 กรัมต่อเมล็ด 1 กิโลกรัม

ความถี่:

  • ใช้ครั้งเดียวก่อนปลูก

วิธีใช้:

  1. ผสมกับสารช่วยยึดเกาะให้เข้ากันดี (เช่น น้ำเชื่อม หรือกัมอารบิก)
  2. คลุกให้เคลือบเมล็ดทั่วถึงทั้งผิว
  3. ผึ่งเมล็ดให้แห้งในที่ร่มก่อนหว่าน

การผสมวัสดุอินทรีย์และปุ๋ยหมัก

อัตรา:

  • 100 ถึง 200 กรัมต่อตัน ของวัสดุปรับปรุงดินอินทรีย์ ปุ๋ยหมัก วัสดุปลูก หรือดินผสมสำหรับกระถาง

ความถี่:

  • ใช้ครั้งเดียวขณะผสมดิน

วิธีใช้:

  • คลุกผงจุลินทรีย์แห้งเข้ากับวัสดุปลูกให้สม่ำเสมอระหว่างการผสม

คำถามที่พบบ่อย

ข้อมูลพื้นฐานผลิตภัณฑ์

Q: Bacillus mucilaginosus คืออะไร ช่วยพืชได้อย่างไร

A: Bacillus mucilaginosus หรือที่รู้จักในชื่อ Paenibacillus mucilaginosus เป็นแบคทีเรียดินที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ จัดอยู่ในกลุ่มไรโซแบคทีเรียส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช ช่วยบำรุงพืชด้วยการละลายโพแทสเซียม (K) ฟอสฟอรัส (P) และซิลิกอน (Si) ออกจากแร่ในดิน ให้อยู่ในรูปที่พืชนำไปใช้ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่มจุลธาตุที่พืชใช้ได้ ปรับโครงสร้างดิน และกระตุ้นการเจริญเติบโตตามธรรมชาติ จึงช่วยลดการพึ่งพาปุ๋ยสังเคราะห์


Q: Bacillus mucilaginosus กับ Paenibacillus mucilaginosus ต่างกันไหม

A: เป็นเชื้อชนิดเดียวกัน สายพันธุ์นี้ถูกจัดจำแนกใหม่เป็น Paenibacillus mucilaginosus แต่ยังนิยมเรียกกันทั่วไปว่า Bacillus mucilaginosus ทั้งสองชื่อจึงหมายถึงหัวเชื้อตัวเดียวกันของ ABI


Q: เชื้อนี้เป็น GMO หรือดัดแปรพันธุกรรมหรือเปล่า

A: ไม่ใช่ เช่นเดียวกับทุกสายพันธุ์ของ ABI Bacillus mucilaginosus เป็นแบคทีเรียที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและไม่ดัดแปรพันธุกรรม (non-GMO) เพาะเลี้ยงโดยไม่มีการตัดต่อยีน และทำงานผ่านกระบวนการทางชีวภาพตามธรรมชาติเพื่อบำรุงดินและธาตุอาหารของพืช


Q: ใช้ในเกษตรอินทรีย์ได้ไหม

A: ได้ Bacillus mucilaginosus เป็นสารกระตุ้นชีวภาพที่ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินตามธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งปัจจัยสังเคราะห์ เกษตรกรอินทรีย์จำนวนมากใช้เพื่อเสริมการหมุนเวียนธาตุอาหารและสุขภาพดิน หัวเชื้อของ ABI ผลิตตามมาตรฐานที่เหมาะกับการเพาะปลูกแบบอินทรีย์ และใช้กันในระบบเกษตรอินทรีย์และเกษตรฟื้นฟู สำหรับแปลงที่อยู่ในระบบการรับรอง แนะนำให้แจ้งขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์กับหน่วยงานรับรองของท่าน เพื่อให้มีบันทึกเป็นปัจจัยการผลิตที่ได้รับอนุมัติ


Q: ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมไหม มีข้อเสียหรือข้อควรระวังอะไรบ้าง

A: ปลอดภัย ทุกสายพันธุ์ที่ ABI จำหน่าย รวมถึง Bacillus mucilaginosus เป็นจุลินทรีย์บำรุงดินที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินตามธรรมชาติโดยไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม ช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมี ฟื้นฟูสุขภาพดิน และส่งเสริมความยั่งยืนของการเกษตรในระยะยาว

ข้อควรระวังหลักคือ ห้ามผสมในถังเดียวกันกับสารกำจัดวัชพืช สารกำจัดเชื้อรา สารกำจัดแบคทีเรีย หรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และควรเก็บในที่เย็นและแห้ง พ้นแสงแดด ปิดภาชนะให้สนิททุกครั้งหลังใช้


ข้อมูลทางเทคนิค

Q: จุลินทรีย์ละลายโพแทสเซียม ช่วยให้ดินอุดมสมบูรณ์ขึ้นอย่างไร

A: Bacillus mucilaginosus ย่อยสลายแร่ที่ไม่ละลายน้ำในดิน ปลดปล่อยโพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ซิลิกอน รวมทั้งธาตุอาหารรองและจุลธาตุที่จำเป็น ได้แก่ แคลเซียม (Ca) แมกนีเซียม (Mg) กำมะถัน (S) เหล็ก (Fe) สังกะสี (Zn) แมงกานีส (Mn) ทองแดง (Cu) และโมลิบดีนัม (Mo) นอกจากนี้ยังหลั่งกรดอินทรีย์และพอลิแซ็กคาไรด์ที่ช่วยปรับโครงสร้างดิน การระบายอากาศ และการอุ้มน้ำ


Q: ธาตุซิลิกอนสำคัญกับพืชอย่างไร เชื้อนี้ช่วยเรื่องซิลิกอนได้ไหม

A: ได้ Bacillus mucilaginosus ละลายแร่ซิลิเกตในดินและปลดปล่อยกรดซิลิซิกในรูปที่พืชนำไปใช้ได้ ซิลิกอนที่พืชดูดได้มากขึ้นช่วยเสริมความแข็งแรงของผนังเซลล์ โครงสร้างต้นแข็งแรงขึ้น และทนต่อสภาวะเครียดได้ดีขึ้น


Q: หัวเชื้อมีความเข้มข้นกี่ CFU ผงละเอียดแค่ไหน

A: หัวเชื้อ Bacillus mucilaginosus ของ ABI เป็นผงแห้งความเข้มข้น 10,000 ล้าน (1.0 × 10¹⁰) CFU ต่อกรัม ผ่านตะแกรงร่อน 100 เมช และสั่งผลิตความเข้มข้นตามต้องการได้ ทุกล็อตจัดส่งพร้อมใบรับรองผลการวิเคราะห์ (CoA)


Q: เก็บรักษาอย่างไร เก็บได้นานแค่ไหน

A: อายุการเก็บ 1.5 ปีที่อุณหภูมิห้อง และ 2 ปีขึ้นไปหากแช่เย็น ควรเก็บในที่เย็นและแห้ง พ้นแสงแดดโดยตรง และปิดภาชนะให้สนิททุกครั้งหลังใช้ เชื้อนี้สร้างสปอร์ได้ จึงคงตัวได้ดีในระยะยาว


Q: ใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยโพแทสเซียมได้ไหม

A: ได้ แต่เมื่อผสมในถังเดียวกันกับปุ๋ย ให้ละลายปุ๋ยในน้ำให้หมดก่อน แล้วจึงเติม Bacillus mucilaginosus ห้ามผสมในถังเดียวกันกับสารกำจัดวัชพืช สารกำจัดเชื้อรา สารกำจัดแบคทีเรีย หรือสารกำจัดศัตรูพืช

เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ให้ผสมหรือเขย่าผงเชื้อกับน้ำปริมาณเล็กน้อยก่อน แล้วจึงเทลงถัง เพื่อให้กระจายตัวสม่ำเสมอ และกวนต่อเนื่องตลอดการใช้เพื่อป้องกันการตกตะกอน


Q: ผสมกับยาฆ่าแมลงหรือสารกำจัดเชื้อราได้ไหม

A: ไม่ได้ ไม่ควรใช้ Bacillus mucilaginosus พร้อมกับสารกำจัดศัตรูพืช สารกำจัดแบคทีเรีย หรือสารกำจัดเชื้อรา เพราะสารกำจัดศัตรูพืชบางชนิดอาจลดกิจกรรมของจุลินทรีย์ในหัวเชื้อนี้


การใช้งาน

Q: ใช้กับพืชอะไรได้บ้าง ข้าว อ้อย มันฝรั่ง ได้ไหม

A: ได้ พืชที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือพืชที่ต้องการโพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และซิลิกอนสูง ได้แก่

  • ธัญพืช (ข้าว ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโอ๊ต)
  • ไม้ผลและพืชผัก (มะเขือเทศ มันฝรั่ง พริก กล้วย ส้ม)
  • พืชตระกูลถั่วและพืชน้ำมัน (ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ทานตะวัน คาโนลา)
  • อ้อยและยาสูบ (มีงานศึกษาที่พบว่าผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ)

Q: วิธีใช้ Bacillus mucilaginosus อัตราต่อไร่เท่าไหร่

A: ใช้ได้ทั้งราดดิน คลุกเมล็ด ให้ทางดิน หรือผสมกับอินทรียวัตถุเพื่อบำรุงดิน อัตราที่แนะนำคือ ให้ทางดินผ่านน้ำหยด ราดโคน หรือระบบให้ปุ๋ยทางน้ำ 500 ถึง 1,000 กรัมต่อเอเคอร์ (1.25 ถึง 2.5 กิโลกรัมต่อเฮกตาร์ ราว 200 ถึง 400 กรัมต่อไร่) ให้ในร่องปลูก 100 ถึง 200 กรัมต่อเอเคอร์ (250 ถึง 500 กรัมต่อเฮกตาร์ ราว 40 ถึง 80 กรัมต่อไร่) คลุกเมล็ด 2 ถึง 5 กรัมต่อเมล็ด 1 กิโลกรัม และผสมวัสดุอินทรีย์ 100 ถึง 200 กรัมต่อตัน ค่าต่อไร่เป็นค่าประมาณจากการแปลงหน่วย ควรใช้ตามอัตราและจังหวะเวลาที่แนะนำเพื่อให้ละลายธาตุอาหารและพืชดูดใช้ได้เต็มที่


Q: ควรใช้ตอนไหน และใช้บ่อยแค่ไหน

A: สำหรับการให้ทางดิน ใช้อย่างน้อยสองครั้ง คือช่วงต้นกล้าและช่วงเจริญเติบโต และให้ซ้ำได้ทุก 2 ถึง 4 สัปดาห์ตามความจำเป็น ควรเริ่มครั้งแรกตั้งแต่ระยะต้นกล้าเพื่อให้เชื้อมีเวลาตั้งรกรากในดินและละลายโพแทสเซียม ส่วนการให้ในร่องปลูกใช้ครั้งเดียวตอนปลูก การคลุกเมล็ดใช้ครั้งเดียวก่อนปลูก และการผสมวัสดุอินทรีย์ใช้ครั้งเดียวขณะผสมดิน


Q: คลุกเมล็ดหรือผสมปุ๋ยหมักได้ไหม ทำอย่างไร

A: ได้ทั้งสองแบบ การคลุกเมล็ดใช้ 2 ถึง 5 กรัมต่อเมล็ด 1 กิโลกรัม ผสมกับสารช่วยยึดเกาะ เช่น น้ำเชื่อม หรือกัมอารบิก คลุกให้เคลือบทั่วเมล็ด แล้วผึ่งให้แห้งในที่ร่มก่อนหว่าน ส่วนการผสมปุ๋ยหมัก วัสดุปลูก หรือดินผสม ใช้ 100 ถึง 200 กรัมต่อตัน โดยคลุกผงแห้งให้สม่ำเสมอระหว่างผสม


การสั่งซื้อและการจัดจำหน่าย

Q: จุลินทรีย์ละลายโพแทสเซียม ฟอสเฟต และซิลิเกต ซื้อที่ไหน

A: Bacillus mucilaginosus ละลายได้ทั้งโพแทสเซียม ซิลิเกต และฟอสเฟต ในเชื้อตัวเดียว Applied Biotech Industries (ABI) ผลิตและจัดจำหน่ายหัวเชื้อจุลินทรีย์ดินชนิดนี้จากโรงงานของเราในรัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา ติดต่อฝ่ายขายเพื่อขอใบเสนอราคาได้โดยตรง


Q: Bacillus mucilaginosus ราคาเท่าไหร่ มีขายส่งไหม มีขนาดอะไรบ้าง

A: มี ABI จำหน่าย Bacillus mucilaginosus (Paenibacillus mucilaginosus) แบบปริมาณมากเป็นหลัก บรรจุในถัง 18 ปอนด์ (8 กก.) หรือ 33 ปอนด์ (15 กก.) และถังขนาดใหญ่ 276 ปอนด์ (125 กก.) ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานที่จุลินทรีย์เกษตรส่วนใหญ่ของเราขายส่ง มีบรรจุขนาดเล็กแบบสั่งทำเมื่อร้องขอ ราคาขึ้นกับขนาดและปริมาณสั่งซื้อ ขอใบเสนอราคาได้จากฝ่ายขาย


Q: รับผลิต OEM หรือทำแบรนด์ของตัวเองได้ไหม

A: ได้ ABI ผลิต Bacillus mucilaginosus สำหรับขายปริมาณมาก ขายส่ง และผลิตภายใต้แบรนด์ของท่าน (OEM) มีทั้งชนิดผงและรูปแบบสั่งทำ และปรับความเข้มข้นตามต้องการได้ เหมาะกับร้านค้าปัจจัยการเกษตร ตัวแทนจำหน่าย และฟาร์มขนาดใหญ่


อื่น ๆ

ไม่พบรายการ

มีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายพันธุ์นี้ไหม ทีมงานของเราพร้อมให้ข้อมูลเรื่องสเปก สต็อกสินค้า และราคา

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

1. ข้อมูลจีโนมและการวิเคราะห์เชิงหน้าที่ เผยคุณสมบัติส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชของ Paenibacillus mucilaginosus G78

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • การวิเคราะห์จีโนมของ P. mucilaginosus G78 พบความสามารถในการละลายฟอสเฟต สร้างฮอร์โมนพืชกรดอินโดล-3-อะซิติก (IAA) และสร้างไบโอฟิล์ม
  • คุณสมบัติเหล่านี้ช่วยเพิ่มธาตุอาหารที่พืชใช้ได้ในดินและส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช จึงมีคุณค่าในฐานะปุ๋ยจุลินทรีย์

2. Paenibacillus mucilaginosus สายพันธุ์ N3 ไรโซแบคทีเรียส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช (PGPR) ที่มีประสิทธิภาพ

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • พบว่า P. mucilaginosus สายพันธุ์ N3 ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชด้วยการตรึงไนโตรเจนและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน
  • แบคทีเรียช่วยให้รากพัฒนาดีขึ้นและเพิ่มการดูดธาตุอาหาร เหมาะกับการเกษตรแบบยั่งยืน

3. สายพันธุ์ Paenibacillus ที่ตรึงไนโตรเจนและมีคุณสมบัติหลายด้านในการส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • เชื้อในสกุล Paenibacillus รวมถึง P. mucilaginosus ได้รับการระบุว่าตรึงไนโตรเจนได้ดี ละลายฟอสเฟตได้ และสร้างสารต้านแบคทีเรีย
  • คุณสมบัติเหล่านี้ช่วยให้พืชแข็งแรงขึ้นและผลผลิตเพิ่มขึ้น

4. ความหลากหลายของ Paenibacillus mucilaginosus ที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช แยกได้จากแปลงผักในมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • สายพันธุ์ต่าง ๆ ของ P. mucilaginosus ที่แยกได้จากแปลงผัก มีความสามารถสูงในการละลายฟอสเฟตและโพแทสเซียม
  • ความหลากหลายนี้บ่งชี้ว่าเชื้อปรับตัวได้กับดินหลายประเภท จึงเป็นตัวเลือกที่เชื่อถือได้สำหรับการใช้จุลินทรีย์บำรุงดินในพื้นที่เกษตรที่แตกต่างกัน

5. องค์ความรู้ปัจจุบันและแนวโน้มของ Paenibacillus: บทความปริทัศน์

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • บทความนี้ทบทวนบทบาทที่หลากหลายของเชื้อสกุล Paenibacillus โดยเน้นศักยภาพในการเป็นปุ๋ยจุลินทรีย์และการเสริมสุขภาพดิน
  • ชี้ถึงการใช้เชื้อกลุ่มนี้เพื่อเพิ่มผลผลิตพืชผ่านการหมุนเวียนธาตุอาหารและปฏิสัมพันธ์ระหว่างพืชกับจุลินทรีย์

6. ผลของการใส่เชื้อร่วมระหว่าง Rhizophagus intraradices และ Paenibacillus mucilaginosus ต่อการเจริญเติบโต สัณฐานของราก และสภาวะทางสรีรวิทยาของต้นกล้าส้มสามใบ (trifoliate orange) ภายใต้ระดับฟอสฟอรัสต่างกัน

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • การใช้ P. mucilaginosus ร่วมกับเชื้อราอาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซา ช่วยเพิ่มการเจริญของรากและการดูดธาตุอาหารในต้นกล้าส้มอย่างมีนัยสำคัญ

การศึกษาชี้ว่าการใช้ P. mucilaginosus ร่วมกับจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ชนิดอื่น ช่วยให้พืชดูดฟอสฟอรัสได้อย่างเหมาะสม และลดความจำเป็นในการใช้ปุ๋ยเคมี

สอบถามเกี่ยวกับสายพันธุ์นี้

ที่อยู่

Applied Biotech Industries 520 Progress Drive Belgium, WI 53004, USA (สหรัฐอเมริกา)

ช่องทางติดต่อ

info@abimicrobes.com
+1 (262) 285-4390

Bacillus mucilaginosus แบคทีเรียช่วยละลายฟอสฟอรัสในดินให้พืชนำไปใช้ได้
ขอบคุณ เราได้รับข้อมูลของท่านแล้ว ทีมงานจะติดต่อกลับโดยเร็ว
ขออภัย เกิดข้อผิดพลาดระหว่างส่งแบบฟอร์ม กรุณาลองใหม่อีกครั้ง
กลับขึ้นด้านบน