แบคทีเรีย

Bacillus amyloliquefaciens (บาซิลลัส อะไมโลลิคิวฟาเซียนส์)

โปรไฟล์การทำงาน
Bacillus amyloliquefaciens (บาซิลลัส อะไมโลลิคิวฟาเซียนส์)

โพรไบโอติกของดิน เพื่อสุขภาพพืชและการละลายธาตุอาหาร

Bacillus amyloliquefaciens คือแบคทีเรียส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชบริเวณราก (PGPR) ชนิดสร้างสปอร์ ความเข้มข้นสูง ใช้เป็นปุ๋ยจุลินทรีย์ที่ช่วยให้พืชแข็งแรง เข้าถึงธาตุอาหารได้มากขึ้น และพัฒนาระบบรากได้ดี แบคทีเรียชนิดนี้เป็นโพรไบโอติกของดินที่ทนทาน หนุนความแข็งแรงของพืชตั้งแต่ระยะแรก ช่วยให้พืชให้ผลดีขึ้นเมื่อเจอสภาพเครียด และเติบโตได้แม้ในสภาพแปลงที่ไม่เอื้ออำนวย กลไกหลักคือการสร้างฮอร์โมนพืช สารต้านจุลินทรีย์ และเอนไซม์ย่อยสลายอินทรียวัตถุในดิน จึงช่วยให้พืชแข็งแรงต่อเนื่อง จุลินทรีย์ในดินสมดุล และดินอุดมสมบูรณ์ ทั้งในระบบเกษตรฟื้นฟูและเกษตรทั่วไป

  • สร้างสารเมแทบอไลต์ต้านจุลินทรีย์ ที่ช่วยปรับสมดุลบริเวณรอบราก
  • กระตุ้นความต้านทานเชิงระบบ (ISR) หนุนการตอบสนองป้องกันตัวตามธรรมชาติของพืช
  • กระตุ้นการแตกราก และความแข็งแรงของต้นกล้าในระยะแรก
  • ละลายธาตุอาหาร ทั้งฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม
  • ช่วยให้พืชทนต่อสภาพแวดล้อม ทั้งความแล้ง ความเค็ม และความร้อน
  • ย่อยสลายอินทรียวัตถุ และหนุนสุขภาพจุลินทรีย์ในดิน

ประโยชน์ทางการเกษตร

ฟังก์ชันทางชีวภาพ 18 ด้าน · คะแนนเต็ม 100

PGPR คืออะไร แบคทีเรียกลุ่มนี้ช่วยพืชอย่างไร

PGPR ย่อมาจาก plant growth-promoting rhizobacteria หมายถึงแบคทีเรียที่อาศัยบริเวณรอบรากและช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช B. amyloliquefaciens เป็นแบคทีเรียกลุ่มนี้ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและสร้างสปอร์ได้ นิยมใช้เป็นหัวเชื้อสำหรับดิน โดยทำงานผ่านการสร้างฮอร์โมนพืช สารต้านจุลินทรีย์ และเอนไซม์ที่เป็นประโยชน์ ช่วยทั้งการพัฒนาราก การละลายธาตุอาหาร และความทนทานของพืชเมื่อเจอสภาพเครียด


สารต้านจุลินทรีย์และสมดุลบริเวณรอบราก

แบคทีเรียชนิดนี้เป็นหัวเชื้อสำหรับดินและปุ๋ยจุลินทรีย์ที่ทำงานได้ดี ช่วยให้พืชแข็งแรงผ่านการสร้างสารต้านจุลินทรีย์ตามธรรมชาติ

  • สร้างสารกลุ่มลิโพเปปไทด์ (เช่น surfactin, iturin และ fengycin) ที่มีผลต่อพลวัตของจุลินทรีย์ในเขตราก
  • แย่งพื้นที่อาศัยบริเวณรอบรากได้ดี ช่วยให้จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์เป็นกลุ่มหลัก
  • เสริมความแข็งแรงของพืชและรักษาสมดุลตามธรรมชาติบริเวณรอบราก

กระตุ้นความต้านทานเชิงระบบ (ISR) และภูมิคุ้มกันของพืช

แบคทีเรียดินที่มีประโยชน์ชนิดนี้หนุนระบบป้องกันตัวที่มีอยู่แล้วในพืช ผ่านการส่งสัญญาณของจุลินทรีย์ที่ไม่เป็นพิษ

  • กระตุ้นความต้านทานเชิงระบบ (Induced Systemic Resistance, ISR) ผ่านวิถีกรดจัสโมนิกและเอทิลีน
  • เพิ่มระดับเอนไซม์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันตัว (เช่น peroxidase และ phenylalanine ammonia-lyase) ซึ่งมีบทบาทในการตอบสนองของพืช
  • ช่วยลดความเครียดและความไม่สมดุลในเขตรากตามธรรมชาติ ส่งผลให้พืชแข็งแรง

Bacillus amyloliquefaciens กับการแตกรากและการเจริญเติบโตของพืช

B. amyloliquefaciens เป็นจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อพืช ช่วยให้ระบบรากและการเจริญทางลำต้นและใบดีขึ้นตามธรรมชาติ ผ่านการสร้างฮอร์โมนพืชและการตั้งรกรากบริเวณรอบราก

  • สร้าง indole-3-acetic acid (IAA) และจิบเบอเรลลิน ช่วยให้รากยืดยาวและแตกแขนงมากขึ้น
  • ช่วยการงอกของเมล็ด ความแข็งแรงของต้นกล้า และการตั้งตัวของพืช
  • เพิ่มการสร้างคลอโรฟิลล์และประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสง ให้ต้นโตแข็งแรงขึ้น

แบคทีเรียละลายฟอสเฟตและโพแทสเซียม ปลดปล่อยธาตุอาหารในดิน

สายพันธุ์นี้ทำงานได้สองทาง คือละลายทั้งฟอสเฟตและโพแทสเซียม ช่วยให้พืชเข้าถึงธาตุอาหารสำคัญที่ถูกตรึงอยู่ในแร่ธาตุของดิน

  • ละลายฟอสฟอรัสที่ถูกตรึงไว้ ด้วยการสร้างกรดอินทรีย์
  • ปลดปล่อยโพแทสเซียม เหล็ก และจุลธาตุ ให้พืชได้รับธาตุอาหารครบถ้วนขึ้น
  • เพิ่มไนโตรเจนที่พืชใช้ได้ ด้วยการเร่งการแปรสภาพเป็นแร่ธาตุ (mineralization) และการหมุนเวียนของจุลินทรีย์

เอนไซม์ย่อยสลายและการหมุนเวียนอินทรียวัตถุในดิน

ช่วยให้ดินมีสุขภาพดีในระยะยาว ด้วยการเร่งการย่อยสลายเศษซากอินทรีย์

  • หลั่งเอนไซม์ cellulase, protease, xylanase และ amylase ช่วยย่อยเศษซากได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ช่วยปลดปล่อยธาตุอาหารจากเศษซากพืชและปุ๋ยหมัก
  • หนุนการสร้างฮิวมัสและโครงสร้างดิน ทำให้ดินอุ้มความชื้นและถ่ายเทอากาศได้ดีขึ้น

ปรับสภาพเขตรากและสมดุลจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์

สายพันธุ์นี้เป็นส่วนประกอบหลักในจุลินทรีย์ผสมเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของดินหลายสูตร ช่วยให้จุลินทรีย์ในดินอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลและเขตรากแข็งแรง

  • สร้างไบโอฟิล์มเกาะผิวราก ทำให้คงอยู่บริเวณรอบรากได้นาน
  • ปรับสภาพจุลินทรีย์ในดิน ด้วยการเพิ่มความหลากหลายของจุลินทรีย์และการแลกเปลี่ยนธาตุอาหาร
  • ช่วยให้จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์เป็นกลุ่มหลัก ด้วยการแข่งขันแย่งพื้นที่อาศัย

ช่วยพืชรับมือความแล้ง ดินเค็ม และความร้อน

เหมาะกับระบบเกษตรอินทรีย์และเกษตรฟื้นฟู ช่วยให้พืชยังให้ผลผลิตได้แม้สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย

  • เพิ่มความทนแล้งและทนเค็ม ด้วยการปรับสมดุลแรงดันออสโมติก
  • ควบคุมสมดุลไอออน ลดความเป็นพิษที่เกิดจากความเค็ม
  • เสริมระบบเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบรรเทาความเครียดออกซิเดชันและความเสียหายจากความร้อน

ทำไมต้องเลือก Bacillus amyloliquefaciens ของ ABI

  • ความเข้มข้นสูง 200,000 ล้าน CFU ต่อกรัม เพื่อผลที่ชัดเจนในแปลงและการตั้งรกรากที่รากได้ดี
  • หัวเชื้อสำหรับดินที่ทำงานได้หลายด้าน รวมทั้งสุขภาพพืช การละลายธาตุอาหาร การรับมือความเครียด และการส่งเสริมการเจริญเติบโตไว้ในตัวเดียว
  • ตัวช่วยปรับปรุงดินจากธรรมชาติเพื่อความอุดมสมบูรณ์ ปลดปล่อยธาตุอาหารสำคัญผ่านกิจกรรมของเอนไซม์และจุลินทรีย์
  • ทนทานในสภาพเครียด หนุนผลผลิตในพื้นที่เสี่ยงแล้งหรือดินเค็ม
  • ใช้ได้กับพืชหลายกลุ่ม ได้ผลดีในพืชผัก ธัญพืช สวนไม้ผล โรงเรือน และสนามหญ้า
  • คุณภาพจากการหมักที่เชื่อถือได้ ไม่ดัดแปรพันธุกรรม (non-GMO) สร้างสปอร์ได้ และผลิตให้เชื้อมีชีวิตสม่ำเสมอทุกล็อต

Applied Biotech Industries เป็นผู้ผลิตปุ๋ยจุลินทรีย์จากสหรัฐอเมริกา เชี่ยวชาญสายพันธุ์จุลินทรีย์การเกษตรคุณภาพสูงเพื่อสุขภาพดินและการเจริญเติบโตของพืช เรามีจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อพืชสำหรับใช้ในสูตรปุ๋ยจุลินทรีย์ ปัจจัยการผลิตเกษตรอินทรีย์ และแผนฟื้นฟูดิน

ไม่ว่าท่านต้องการซื้อจุลินทรีย์ออนไลน์ หาแหล่งปุ๋ยจุลินทรีย์ขายส่ง หรือมองหาผู้จำหน่ายหัวเชื้อที่ไว้ใจได้ ผลิตภัณฑ์ของเราพัฒนาบนฐานงานวิจัย และผ่านการหมักและควบคุมคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ

ติดต่อเราวันนี้เพื่อสั่งซื้อ ขอใบเสนอราคา หรือปรึกษาการผลิตหัวเชื้อภายใต้แบรนด์ของท่าน ไม่ว่าท่านจะเป็นเกษตรกร ผู้ผลิต หรือตัวแทนจำหน่าย เรามีแบคทีเรียดินที่เป็นประโยชน์ตรงกับความต้องการของพืชท่าน

ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค

ความเข้มข้น (CFU/g):

  • 200,000 ล้าน (2.0 × 10¹¹) CFU/g ชนิดผงแห้ง
  • ปรับความเข้มข้นตามต้องการได้เมื่อร้องขอ

ขนาดอนุภาค (เมช):

  • ผ่านตะแกรงร่อน 100 เมช

รูปแบบบรรจุ:

  • ถัง 15 ปอนด์ (7 กก.)
  • ถัง 33 ปอนด์ (15 กก.)
  • ถังใหญ่ (ดรัม) 276 ปอนด์ (125 กก.)
  • มีบรรจุขนาดเล็กแบบสั่งทำได้เมื่อร้องขอ

อายุการเก็บ:

  • 1.5 ปีที่อุณหภูมิห้อง
  • 2 ปีขึ้นไปหากแช่เย็น

คำแนะนำการเก็บรักษา:

  • เก็บในที่เย็นและแห้ง พ้นแสงแดดโดยตรง
  • ปิดภาชนะให้สนิททุกครั้งหลังใช้

อัตราและวิธีใช้

วิธีใช้ Bacillus amyloliquefaciens พร้อมอัตราและความถี่ในการใช้แต่ละวิธี แบคทีเรียชนิดผงนี้ละลายน้ำแล้วใช้ได้ทั้งทางดิน ร่องปลูก ทางใบ และคลุกเมล็ด

หมายเหตุ: ค่าต่อไร่เป็นค่าประมาณจากการแปลงหน่วยเพื่อความสะดวกของผู้ใช้ในไทย (1 ไร่ = 0.16 เฮกตาร์) ค่าตั้งต้นของผู้ผลิตคือหน่วยเอเคอร์และเฮกตาร์


การให้ทางดิน (ระบบน้ำหยด ราดโคน หรือให้ปุ๋ยทางน้ำ)

อัตรา:

  • 50 ถึง 100 กรัมต่อเอเคอร์ (125 ถึง 250 กรัมต่อเฮกตาร์) ราว 20 ถึง 40 กรัมต่อไร่

ความถี่:

  • ใช้ในช่วงตั้งตัวของรากระยะแรกหรือช่วงย้ายปลูก
  • ให้ซ้ำทุก 2 ถึง 4 สัปดาห์ในช่วงที่พืชกำลังเจริญเติบโตตามความจำเป็น

วิธีใช้:

  1. ละลายในน้ำให้เข้ากันดี (ใช้น้ำให้พอที่จะซึมถึงเขตราก)
  2. ใช้ถังกวนหรือกวนมือเพื่อให้จุลินทรีย์แขวนลอยอยู่ตลอด
  3. ให้ผ่านสายน้ำหยด หัวพ่นฝอย หรือระบบให้ปุ๋ยทางน้ำ โดยจ่ายให้ใกล้เขตรากที่สุด
  4. ล้างระบบหลังใช้ เพื่อป้องกันการอุดตันหรือคราบตกค้าง

ข้อห้าม: ห้ามผสมในถังเดียวกันกับสารกำจัดวัชพืช สารกำจัดเชื้อรา สารกำจัดแบคทีเรีย หรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช


การให้ในร่องปลูก (In-Furrow)

อัตรา:

  • 10 ถึง 20 กรัมต่อเอเคอร์ (25 ถึง 50 กรัมต่อเฮกตาร์) ราว 4 ถึง 8 กรัมต่อไร่

ความถี่:

  • ใช้ครั้งเดียวตอนปลูก เพื่อเน้นช่วงเริ่มแตกรากและการเจริญระยะแรก

วิธีใช้:

  1. ละลายผงจุลินทรีย์ในน้ำให้เข้ากันดี
  2. ให้ลงในร่องเมล็ดหรือร่องปลูกโดยตรงขณะหยอดเมล็ด
  3. หากจ่ายผ่านระบบน้ำ ต้องให้สารละลายสัมผัสเขตราก
  4. กวนอยู่ตลอดเพื่อไม่ให้ตกตะกอน

เมื่อผสมในถังเดียวกันกับปุ๋ย:

  • ละลายปุ๋ยในน้ำให้หมดก่อน แล้วจึงเติมจุลินทรีย์
  • ห้ามผสมกับสารกำจัดวัชพืช สารกำจัดเชื้อรา สารกำจัดแบคทีเรีย หรือสารกำจัดศัตรูพืช

การพ่นทางใบ

อัตรา:

  • 25 ถึง 50 กรัมต่อเอเคอร์ (60 ถึง 120 กรัมต่อเฮกตาร์) ราว 10 ถึง 20 กรัมต่อไร่

ความถี่:

  • เริ่มพ่นในระยะเจริญทางลำต้นและใบ หรือก่อนออกดอก
  • ให้ซ้ำทุก 7 ถึง 14 วัน โดยเฉพาะช่วงที่พืชเครียดหรือช่วงที่สภาพอากาศเอื้อต่อการเกิดโรค

วิธีใช้:

  1. พ่นตอนเช้าตรู่หรือตอนเย็น เพื่อลดการสัมผัสรังสียูวี
  2. ใช้สารจับใบหรือสารเปียกใบชนิดไม่มีประจุ (non-ionic) เพื่อให้เกาะใบได้ดีขึ้น
  3. พ่นให้ทั่วทรงพุ่ม รวมถึงใต้ใบ
  4. กวนสารละลายอย่างต่อเนื่องขณะพ่น

การคลุกเมล็ด

อัตรา:

  • 3 ถึง 5 กรัมต่อเมล็ด 1 กิโลกรัม

ความถี่:

  • ใช้ครั้งเดียวก่อนปลูก

วิธีใช้:

  1. ผสมกับสารช่วยยึดเกาะให้เข้ากันดี (เช่น น้ำเชื่อม หรือกัมอารบิก)
  2. คลุกให้เคลือบเมล็ดสม่ำเสมอทั่วทั้งผิว
  3. ผึ่งเมล็ดให้แห้งในที่ร่มก่อนหว่าน

คำถามที่พบบ่อย

ข้อมูลพื้นฐานผลิตภัณฑ์

Q: Bacillus amyloliquefaciens คืออะไร ช่วยอะไรพืชได้บ้าง

A: เป็นแบคทีเรียส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชบริเวณราก (PGPR) ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและสร้างสปอร์ได้ ใช้กันแพร่หลายเป็นหัวเชื้อและปุ๋ยจุลินทรีย์สำหรับดิน ช่วยการพัฒนาราก ช่วยละลายธาตุอาหาร และเสริมสุขภาพพืช ผ่านการสร้างฮอร์โมนพืช สารต้านจุลินทรีย์ และเอนไซม์ที่เป็นประโยชน์ นอกจากนี้ยังช่วยให้พืชทนต่อสภาพเครียดและเพิ่มกิจกรรมของจุลินทรีย์ในดิน จึงเป็นจุลินทรีย์ที่นิยมใช้เพื่อสุขภาพดินทั้งในระบบเกษตรอินทรีย์ เกษตรฟื้นฟู และเกษตรทั่วไป


Q: PGPR คืออะไร แบคทีเรียกลุ่มนี้ช่วยพืชอย่างไร

A: PGPR ย่อมาจาก plant growth-promoting rhizobacteria คือแบคทีเรียที่อาศัยบริเวณรอบรากและช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช Bacillus amyloliquefaciens ของ ABI เป็นหนึ่งในแบคทีเรียกลุ่มนี้ ทำงานหลายทางพร้อมกัน

  • สร้างฮอร์โมนพืช ได้แก่ IAA และจิบเบอเรลลิน ช่วยให้รากยืดยาวและแตกแขนง
  • ละลายฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมที่ถูกตรึงอยู่ในดินให้พืชนำไปใช้ได้
  • กระตุ้นความต้านทานเชิงระบบ (ISR) ซึ่งเป็นการตอบสนองป้องกันตัวตามธรรมชาติของพืช
  • สร้างไบโอฟิล์มเกาะผิวราก ช่วยให้คงอยู่ในเขตรากได้นาน

Q: ใช้ในเกษตรอินทรีย์ได้ไหม

A: ได้ Bacillus amyloliquefaciens ของเราเป็นแบคทีเรียดินที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและไม่ดัดแปรพันธุกรรม (non-GMO) ผลิตตามมาตรฐานที่เหมาะกับการเพาะปลูกแบบอินทรีย์ และใช้กันในระบบเกษตรอินทรีย์และเกษตรฟื้นฟู ช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในดิน ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีสังเคราะห์ และเสริมความทนทานโดยรวมของพืช สำหรับแปลงที่อยู่ในระบบการรับรอง แนะนำให้แจ้งขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์กับหน่วยงานรับรองของท่าน เพื่อให้มีบันทึกเป็นปัจจัยการผลิตที่ได้รับอนุมัติ


Q: ช่วยให้พืชทนแล้ง ดินเค็ม และอากาศร้อนได้อย่างไร

A: แบคทีเรียชนิดนี้ช่วยให้พืชรับมือกับความแล้ง ความเค็ม และความร้อนได้ดีขึ้น ด้วยการเพิ่มกิจกรรมต้านอนุมูลอิสระ ช่วยการปรับแรงดันออสโมติก และทำให้พืชใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น อีกทั้งยังช่วยรักษาสมดุลไอออน ทำให้พืชยังเติบโตได้ดีในสภาพดินที่ไม่เอื้ออำนวย


Q: เก็บได้นานไหม ต้องแช่เย็นหรือเปล่า

A: เก็บได้นาน เพราะเป็นแบคทีเรียที่สร้างสปอร์ จึงคงตัวดีทั้งระหว่างขนส่งและเก็บรักษา อายุการเก็บ 1.5 ปี (18 เดือน) ที่อุณหภูมิห้อง และ 2 ปีขึ้นไปหากแช่เย็น ในสภาพโกดังทั่วไปไม่จำเป็นต้องแช่เย็น ขอเพียงเก็บในที่เย็นและแห้ง พ้นแสงแดดโดยตรง และปิดภาชนะให้สนิททุกครั้งหลังใช้


ข้อมูลทางเทคนิค

Q: ช่วยละลายธาตุอาหารอะไรในดินให้พืชใช้ได้บ้าง

A: สายพันธุ์นี้เป็นแบคทีเรียละลายทั้งฟอสเฟตและโพแทสเซียม ช่วยให้พืชดูดใช้ธาตุอาหารเหล่านี้ได้ดีขึ้น

  • ฟอสฟอรัส (P) ละลายออกมาด้วยกรดอินทรีย์
  • โพแทสเซียม (K) ปลดปล่อยออกจากรูปที่ไม่ละลายน้ำ
  • เหล็ก (Fe) เป็นประโยชน์ต่อพืชมากขึ้นผ่านการสร้างไซเดอโรฟอร์ (siderophores)
  • จุลธาตุและธาตุอาหารรอง เช่น สังกะสี (Zn) แมงกานีส (Mn) ทองแดง (Cu) และแคลเซียม (Ca)

คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้เป็นจุลินทรีย์หลักด้านความอุดมสมบูรณ์ของดินที่ช่วยให้ใช้ธาตุอาหารได้คุ้มค่าขึ้น


Q: หัวเชื้อผงนี้มีความเข้มข้นกี่ CFU ต่อกรัม ผงละเอียดแค่ไหน

A: หัวเชื้อ Bacillus amyloliquefaciens ของ ABI เป็นผงแห้งความเข้มข้น 200,000 ล้าน (2.0 × 10¹¹) CFU ต่อกรัม ผ่านตะแกรงร่อน 100 เมช หากต้องการความเข้มข้นอื่นสำหรับสูตรของท่าน สามารถสั่งปรับได้เมื่อร้องขอ ทุกล็อตจัดส่งพร้อมใบรับรองผลการวิเคราะห์ (CoA)


Q: ผสมกับปุ๋ยน้ำ สารฮิวมิก หรือสารเคมีได้ไหม

A: ผสมกับปุ๋ยน้ำส่วนใหญ่ สารฮิวมิก และปุ๋ยจุลินทรีย์ชนิดอื่นได้อย่างปลอดภัย แต่ควรหลีกเลี่ยงการผสมโดยตรงกับสารเคมีกำจัดศัตรูพืช เว้นแต่ได้ทดสอบความเข้ากันได้แล้ว เวลาผสมในถังเดียวกันให้ทำตามหลักที่ถูกต้อง คือละลายสารอื่นทั้งหมดในน้ำให้เจือจางก่อน แล้วจึงเติมจุลินทรีย์เป็นลำดับสุดท้าย


Q: ใช้ร่วมกับจุลินทรีย์ชนิดอื่นได้ไหม

A: ได้ Bacillus amyloliquefaciens มักถูกนำไปผสมร่วมกับสายพันธุ์ที่ทำงานเสริมกัน เช่น Bacillus subtilis, Bacillus megaterium และ Paenibacillus mucilaginosus เพื่อทำเป็นหัวเชื้อจุลินทรีย์แบบหลายสายพันธุ์ ที่ช่วยทั้งการละลายธาตุอาหาร โครงสร้างดิน และความแข็งแรงของพืช


การใช้งาน

Q: วิธีใช้ Bacillus amyloliquefaciens อัตราต่อไร่เท่าไหร่

A: ละลายผงในน้ำแล้วใช้ได้ 4 วิธี

  • ราดดินหรือให้ทางน้ำหยด 50 ถึง 100 กรัมต่อเอเคอร์ (125 ถึง 250 กรัมต่อเฮกตาร์) ราว 20 ถึง 40 กรัมต่อไร่ ช่วยให้พืชเข้าถึงธาตุอาหารได้ดีขึ้น
  • ให้ในร่องปลูก 10 ถึง 20 กรัมต่อเอเคอร์ (25 ถึง 50 กรัมต่อเฮกตาร์) ราว 4 ถึง 8 กรัมต่อไร่ ให้ตอนปลูกเพื่อให้เชื้อตั้งรกรากที่ราก
  • พ่นทางใบ 25 ถึง 50 กรัมต่อเอเคอร์ (60 ถึง 120 กรัมต่อเฮกตาร์) ราว 10 ถึง 20 กรัมต่อไร่ หนุนความทนทานของพืชภายใต้ความเครียดจากสภาพแวดล้อม
  • คลุกเมล็ด 3 ถึง 5 กรัมต่อเมล็ด 1 กิโลกรัม ช่วยการงอกและความแข็งแรงระยะแรก

ใช้ร่วมกับจุลินทรีย์สำหรับเกษตรอินทรีย์ส่วนใหญ่ ปุ๋ยน้ำ และแผนการใช้ปัจจัยชีวภาพได้ ขั้นตอนโดยละเอียดอยู่ในส่วนวิธีใช้ของหน้านี้


Q: ควรใช้ตอนไหน ฉีดพ่นช่วงไหนดีที่สุด

A: การให้ทางดินเริ่มในช่วงตั้งตัวของรากระยะแรกหรือตอนย้ายปลูก การให้ในร่องปลูกทำครั้งเดียวตอนหยอดเมล็ด และการคลุกเมล็ดทำก่อนปลูก ส่วนการพ่นทางใบให้เริ่มในระยะเจริญทางลำต้นและใบ หรือก่อนออกดอก พ่นตอนเช้าตรู่หรือตอนเย็นเพื่อลดการสัมผัสรังสียูวี ใช้สารจับใบชนิดไม่มีประจุ (non-ionic) เพื่อให้เกาะใบดีขึ้น และพ่นให้ทั่วรวมถึงใต้ใบ


Q: ต้องใช้ซ้ำบ่อยแค่ไหน

A: ความถี่ขึ้นกับวิธีใช้

  • ราดดินหรือให้ทางน้ำหยด ให้ซ้ำทุก 2 ถึง 4 สัปดาห์ในช่วงที่พืชกำลังเจริญเติบโตตามความจำเป็น
  • พ่นทางใบ ให้ซ้ำทุก 7 ถึง 14 วัน โดยเฉพาะช่วงที่พืชเครียดสูงหรือช่วงที่สภาพอากาศเอื้อต่อการเกิดโรค
  • ให้ในร่องปลูกและคลุกเมล็ด ใช้ครั้งเดียว

Q: คลุกเมล็ดพันธุ์อย่างไร ใช้กี่กรัม

A: ใช้ 3 ถึง 5 กรัมต่อเมล็ด 1 กิโลกรัม ครั้งเดียวก่อนปลูก ผสมผงเชื้อกับสารช่วยยึดเกาะให้เข้ากัน (เช่น น้ำเชื่อม หรือกัมอารบิก) คลุกให้เคลือบเมล็ดสม่ำเสมอทั่วทั้งผิว แล้วผึ่งให้แห้งในที่ร่มก่อนหว่าน การคลุกเมล็ดช่วยเรื่องการงอกและความแข็งแรงของต้นกล้าในระยะแรก


Q: ใช้กับพืชอะไรได้บ้าง ใช้ในไฮโดรโปนิกส์ได้ไหม

A: ใช้ได้กับพืชหลากหลายกลุ่ม ได้แก่

  • พืชไร่: ข้าวโพด ถั่วเหลือง ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์
  • พืชผักและผลไม้: มะเขือเทศ แตง สตรอว์เบอร์รี และส้ม
  • พืชยืนต้น: องุ่น แอปเปิล พืชตระกูลเบอร์รี และไม้ผลเปลือกแข็ง
  • ระบบเฉพาะทาง: ไฮโดรโปนิกส์ ผักในโรงเรือน สมุนไพร และหญ้าสนาม

ให้ผลดีทั้งในระบบการผลิตแบบทั่วไปและแบบอินทรีย์


Q: มีข้อเสียหรือข้อควรระวังอะไรบ้าง

A: เป็นแบคทีเรียที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและไม่ดัดแปรพันธุกรรม (non-GMO) ข้อควรระวังในการใช้มีดังนี้

  • ห้ามผสมในถังเดียวกันกับสารกำจัดวัชพืช สารกำจัดเชื้อรา สารกำจัดแบคทีเรีย หรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
  • เมื่อผสมกับปุ๋ย ให้ละลายปุ๋ยในน้ำให้หมดก่อน แล้วจึงเติมจุลินทรีย์
  • พ่นทางใบตอนเช้าตรู่หรือตอนเย็นเพื่อลดรังสียูวี
  • ล้างระบบน้ำหยดหลังใช้ทุกครั้ง เพื่อป้องกันการอุดตันหรือคราบตกค้าง
  • เก็บในที่เย็นและแห้ง พ้นแสงแดดโดยตรง และปิดภาชนะให้สนิททุกครั้งหลังใช้

การสั่งซื้อและการจัดจำหน่าย

Q: Bacillus amyloliquefaciens ราคาเท่าไหร่ ซื้อที่ไหน มีขนาดบรรจุอะไรบ้าง

A: สั่งซื้อได้โดยตรงจาก Applied Biotech Industries ผู้ผลิตด้วยกระบวนการหมักและผู้ผลิตปุ๋ยจุลินทรีย์ในสหรัฐอเมริกา ติดต่อฝ่ายขายเพื่อขอใบเสนอราคาตามปริมาณที่ต้องการ จำหน่ายปริมาณมากเป็นผงแห้งบรรจุถัง 15 ปอนด์ (7 กก.) ถัง 33 ปอนด์ (15 กก.) และถังใหญ่ 276 ปอนด์ (125 กก.) มีบรรจุขนาดเล็กแบบสั่งทำได้เมื่อร้องขอ


Q: ผลิตที่ไหน ควบคุมคุณภาพอย่างไร

A: ABI ผลิต Bacillus amyloliquefaciens เองที่โรงงานในรัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา ด้วยกระบวนการหมักจุลินทรีย์แบบควบคุม เพื่อให้ได้ความเข้มข้น CFU สูง ความบริสุทธิ์ และคุณภาพสม่ำเสมอทุกรุ่นการผลิต ทุกล็อตจัดส่งพร้อมใบรับรองผลการวิเคราะห์ (CoA) เราจัดส่งจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อพืชโดยตรงให้แผนการบำรุงดิน ลูกค้าที่ผลิตภายใต้แบรนด์ของตัวเอง (OEM) และธุรกิจเกษตรขนาดใหญ่


Q: มีขายส่งหรือรับผลิตแบรนด์ของลูกค้าเอง (OEM) ไหม

A: มี เรารับขายส่งปุ๋ยจุลินทรีย์ ผลิตภายใต้แบรนด์ของท่าน (OEM) และผสมสูตรจุลินทรีย์ตามสั่ง ให้ผู้ผลิตปัจจัยการผลิต ร้านค้า และตัวแทนจำหน่ายสินค้าเกษตร ท่านสั่งซื้อออนไลน์ สั่งจุลินทรีย์การเกษตรล็อตใหญ่ หรือสร้างสินค้าแบรนด์ของตัวเองก็ได้ เราปรับรูปแบบให้ตามความต้องการ พร้อมความเชี่ยวชาญด้านการหมัก


Q: เลือกซื้อแบคทีเรีย PGPR ยี่ห้อไหนดี ดูอะไรก่อนซื้อ

A: ก่อนซื้อ ให้ดูสี่อย่างนี้

  • ค่า CFU ต่อกรัม หัวเชื้อ Bacillus amyloliquefaciens ของ ABI ผลิตที่ 200,000 ล้าน CFU ต่อกรัม ชนิดผงแห้ง ผ่านตะแกรงร่อน 100 เมช
  • แหล่งผลิตและการควบคุมกระบวนการ ผลิตด้วยการหมักแบบควบคุมที่โรงงานในรัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา
  • เอกสารคุณภาพ ทุกล็อตจัดส่งพร้อมใบรับรองผลการวิเคราะห์ (CoA)
  • อายุการเก็บและขนาดบรรจุ เก็บได้ 1.5 ปีที่อุณหภูมิห้อง และ 2 ปีขึ้นไปหากแช่เย็น มีถัง 15 ปอนด์ (7 กก.) 33 ปอนด์ (15 กก.) และ 276 ปอนด์ (125 กก.)

อื่น ๆ

ไม่พบรายการ

มีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายพันธุ์นี้ไหม ทีมงานของเราพร้อมให้ข้อมูลเรื่องสเปก สต็อกสินค้า และราคา

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

1. การเพิ่มความทนแล้งในมะเขือเทศด้วย Bacillus amyloliquefaciens สายพันธุ์ 54

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • ต้นมะเขือเทศทนแล้งได้ดีขึ้น
  • อัตราการรอดตาย ปริมาณน้ำสัมพัทธ์ในใบ และความแข็งแรงของรากเพิ่มขึ้น
  • กระตุ้นการแสดงออกของยีนที่ตอบสนองต่อความเครียดและเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระ

2. การละลายฟอสเฟตและการส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชโดย Bacillus amyloliquefaciens JCD-H-12

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • มีฤทธิ์ละลายฟอสเฟตสูง
  • ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช และเพิ่มทั้งผลผลิตและคุณภาพ
  • แสดงความสามารถในการป้องกันโรคได้หลากหลาย

3. การส่งเสริมการเจริญเติบโตของอะราบิดอปซิส (Arabidopsis) โดย Bacillus amyloliquefaciens UCMB5113

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • สายพันธุ์ UCMB5113 ตั้งรกรากที่รากอะราบิดอปซิสและเปลี่ยนโครงสร้างของระบบราก
  • เพิ่มการเจริญเติบโตและการสะสมมวลชีวภาพของพืช

4. การละลายฟอสเฟตโดย Bacillus amyloliquefaciens BCRh10

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • สร้างเอนไซม์ไฮโดรไลติกที่ช่วยในการละลายฟอสเฟต
  • เพิ่มความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารและโภชนาการของพืช
  • หนุนการเจริญเติบโตของพืชผ่านการดูดใช้ฟอสฟอรัสที่ดีขึ้น

5. การบรรเทาความเครียดจากความแล้งและความเค็มในข้าวโดย Bacillus amyloliquefaciens SN13

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • บรรเทาความเครียดจากความแล้งและความเค็มในต้นกล้าข้าว
  • เพิ่มการเจริญเติบโตของพืชภายใต้สภาพธาตุอาหารที่ไม่เพียงพอ
  • แสดงศักยภาพในการใช้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางจัดการความเครียดของพืช

6. การละลายฟอสเฟตและการส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชโดย Bacillus amyloliquefaciens FZB45

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • ส่งเสริมการเจริญเติบโตของผักกาดขาวปลี (Chinese cabbage)
  • ประสิทธิผลขึ้นกับอัตราการใส่เชื้อและระดับฟอสฟอรัสในดิน

สอบถามเกี่ยวกับสายพันธุ์นี้

ที่อยู่

Applied Biotech Industries 520 Progress Drive Belgium, WI 53004, USA (สหรัฐอเมริกา)

ช่องทางติดต่อ

info@abimicrobes.com
+1 (262) 285-4390

Bacillus amyloliquefaciens แบคทีเรียที่ช่วยให้พืชแข็งแรง
ขอบคุณ เราได้รับข้อมูลของท่านแล้ว ทีมงานจะติดต่อกลับโดยเร็ว
ขออภัย เกิดข้อผิดพลาดระหว่างส่งแบบฟอร์ม กรุณาลองใหม่อีกครั้ง
กลับขึ้นด้านบน