แบคทีเรีย

Bacillus megaterium (บาซิลลัส เมกะทีเรียม)

โปรไฟล์การทำงาน
Bacillus megaterium (บาซิลลัส เมกะทีเรียม)

แบคทีเรียบำรุงดินประสิทธิภาพสูง เด่นด้านการละลายฟอสเฟต

Bacillus megaterium (บาซิลลัส เมกะทีเรียม) เป็นโพรไบโอติกสำหรับดินประสิทธิภาพสูง และเป็นแบคทีเรียส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชบริเวณราก (PGPR) ที่คัดเลือกมาเพราะละลายฟอสเฟตได้ดีเป็นพิเศษ ช่วยให้พืชดูดธาตุอาหารได้มากขึ้นและดินอุดมสมบูรณ์ขึ้น เชื้อจะเปลี่ยนฟอสฟอรัสที่ละลายน้ำยากในดินให้อยู่ในรูปที่พืชนำไปใช้ได้ รากจึงแข็งแรงขึ้น ต้นเจริญเติบโตดี และมีศักยภาพให้ผลผลิตสูงขึ้น นอกจากนี้ยังสร้างเอนไซม์ กรดอะมิโน และฮอร์โมนพืชที่เป็นประโยชน์ ช่วยรักษาสมดุลจุลินทรีย์ หนุนการเจริญของพืช และทำให้พืชรับมือกับสภาพดินที่ไม่เอื้ออำนวยได้ดีขึ้น

  • ละลายฟอสเฟตที่ถูกตรึงในดิน ให้พืชดูดใช้ธาตุอาหารได้มากขึ้น
  • ช่วยการหมุนเวียนไนโตรเจน ใช้ปุ๋ยได้คุ้มค่าขึ้น
  • หนุนสุขภาพพืช และกลไกป้องกันตัวตามธรรมชาติ
  • กระตุ้นการเจริญของรากและยอด ผ่านฮอร์โมนพืช
  • ช่วยให้พืชทนทาน ต่อความเค็ม ความแล้ง และโลหะหนัก

ประโยชน์ทางการเกษตร

ฟังก์ชันทางชีวภาพ 18 ด้าน · คะแนนเต็ม 100

Bacillus megaterium ละลายฟอสเฟตในดินอย่างไร

ฟอสฟอรัสเป็นธาตุอาหารสำคัญต่อการเจริญของพืช แต่ในดินมักจับตัวอยู่ในสารประกอบที่ละลายน้ำยาก Bacillus megaterium เป็นแบคทีเรียละลายฟอสเฟตที่ปล่อยกรดอินทรีย์และเอนไซม์ฟอสฟาเทสออกมา เปลี่ยนฟอสฟอรัสที่ถูกตรึงไว้ (เช่น แคลเซียมฟอสเฟต เหล็กฟอสเฟต และอะลูมิเนียมฟอสเฟต) ให้อยู่ในรูปที่พืชนำไปใช้ได้

  • ช่วยให้รากเจริญดีและต้นกล้าแข็งแรงตั้งแต่ระยะแรก
  • หนุนการออกดอก การพัฒนาของผล และผลผลิตเมล็ด
  • ลดการสูญเสียฟอสฟอรัสจากการชะล้างและลดปุ๋ยที่ใส่แล้วสูญเปล่า

ใช้ไนโตรเจนได้คุ้มขึ้น ดินอุดมสมบูรณ์ขึ้น

หัวเชื้อดินชนิดนี้ช่วยย่อยไนโตรเจนอินทรีย์ให้เป็นแร่ธาตุ (mineralization) พืชจึงดูดไนโตรเจนได้ดีขึ้น และวงจรธาตุอาหารในดินหมุนเวียนได้อย่างยั่งยืน

  • เพิ่มไนโตรเจนที่พืชนำไปใช้ได้ และช่วยลดปริมาณปุ๋ยที่ต้องใส่
  • ส่งเสริมประชากรจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์บริเวณรอบราก

กระตุ้นการเจริญของรากและยอด

Bacillus megaterium สร้างฮอร์โมนพืชได้เองตามธรรมชาติ ได้แก่ IAA (Indole-3-acetic acid) จิบเบอเรลลิน และไซโตไคนิน ซึ่งกระตุ้นการเจริญของรากและยอด

  • ช่วยให้เมล็ดงอกเร็วขึ้นและต้นกล้าตั้งตัวได้เร็ว
  • ขยายระบบรากให้กว้าง ดูดน้ำและธาตุอาหารได้ดีขึ้น

ย่อยสลายอินทรียวัตถุและบำรุงสุขภาพดิน

โพรไบโอติกดินชนิดนี้ปล่อยเอนไซม์และพอลิแซ็กคาไรด์ที่จำเป็นต่อการย่อยสลายเศษซากพืชและการปรับปรุงโครงสร้างดิน

  • เร่งการย่อยสลายเศษซากอินทรีย์ นำธาตุอาหารสำคัญกลับมาหมุนเวียน
  • เพิ่มความโปร่งร่วนซุย การถ่ายเทอากาศ และการอุ้มน้ำของดิน
  • กระตุ้นกิจกรรมจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ เพื่อสุขภาพดินในระยะยาว

ช่วยพืชในดินเค็มและสภาพแล้ง

Bacillus megaterium กระตุ้นกลไกความต้านทานเชิงระบบที่ถูกเหนี่ยวนำ (Induced Systemic Resistance, ISR) ช่วยให้พืชรับมือกับความเครียดทั้งจากสภาพแวดล้อมและจากสิ่งมีชีวิต

  • เสริมกลไกป้องกันตัวตามธรรมชาติของพืชต่อความเครียดจากสภาพแวดล้อม
  • ช่วยให้พืชรอดและให้ผลผลิตได้ดีขึ้นในสภาพแล้งและดินเค็ม
  • ช่วยให้พืชแข็งแรงตามธรรมชาติ ลดการพึ่งพาปัจจัยการผลิตที่เป็นสารเคมี

Bacillus megaterium กับเกษตรยั่งยืน

เชื้อบำรุงดินชนิดนี้หนุนเกษตรฟื้นฟู เกษตรอินทรีย์ และเกษตรที่รับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยการปรับปรุงสุขภาพดินและพืชอย่างเป็นธรรมชาติ

  • ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี
  • ปรับปรุงสุขภาพดินและความสามารถในการให้ผลผลิตระยะยาว
  • หนุนแนวทางเกษตรยั่งยืนและความทนทานต่อสภาพภูมิอากาศ

สรุปประโยชน์ทางการเกษตร

  • แบคทีเรียละลายฟอสเฟต เปลี่ยนฟอสฟอรัสที่ละลายยากให้พืชเข้าถึงได้ พืชดูดธาตุอาหารได้ดีขึ้น
  • วงจรไนโตรเจนและความอุดมสมบูรณ์ของดิน เพิ่มไนโตรเจนที่พืชใช้ได้ ดินอุดมสมบูรณ์ขึ้น พึ่งพาปุ๋ยน้อยลง
  • การเจริญของรากและยอด สร้างฮอร์โมนพืช (IAA จิบเบอเรลลิน ไซโตไคนิน) ให้พืชเจริญเติบโตดีขึ้น
  • การย่อยสลายอินทรียวัตถุ กระตุ้นกิจกรรมจุลินทรีย์ เร่งการย่อยสลายและการหมุนเวียนธาตุอาหาร
  • ความทนต่อความเครียด ช่วยให้พืชทนแล้ง ทนเค็ม และอยู่ได้ในดินที่ขาดธาตุอาหาร
  • จุลินทรีย์หนุนกลไกป้องกันตัวของพืช กระตุ้นการตอบสนองตามธรรมชาติของพืช ช่วยให้พืชรับมือกับความเครียดได้ดีขึ้น
  • โครงสร้างดินและการอุ้มน้ำ ช่วยให้เม็ดดินเกาะตัวดีขึ้นและเก็บความชื้นได้มากขึ้น
  • เกษตรเชิงนิเวศและเกษตรยั่งยืน ลดการใช้ปุ๋ยสังเคราะห์ และหนุนเกษตรฟื้นฟู

ทำไมต้องเลือก Bacillus megaterium ของ ABI

  • ความเข้มข้นสูง ผลลัพธ์สม่ำเสมอ ผลิตที่ 100,000 ล้าน CFU ต่อกรัม เชื้อมีชีวิตสูงและตั้งรกรากที่รากได้เร็ว ให้ผลที่เชื่อถือได้ในพืช ดิน และสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย
  • ละลายฟอสเฟตได้ดีเป็นพิเศษ ปล่อยกรดอินทรีย์และเอนไซม์ฟอสฟาเทสที่เปลี่ยนฟอสฟอรัสที่ละลายยากให้พืชนำไปใช้ได้ หนุนการดูดธาตุอาหาร ความแข็งแรงของต้น และผลผลิต โดยเฉพาะในดินที่ขาดฟอสฟอรัส
  • เพิ่มธาตุอาหารที่พืชใช้ได้และความอุดมสมบูรณ์ของดิน เร่งการย่อยสลายเศษซากอินทรีย์ ปลดปล่อยธาตุอาหาร และกระตุ้นความหลากหลายของจุลินทรีย์ ทำให้วงจรธาตุอาหาร โครงสร้างดิน และสุขภาพดินโดยรวมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • รากแข็งแรง ต้นโตดี สร้างฮอร์โมนพืชที่จำเป็นได้เองตามธรรมชาติ (Indole-3-acetic acid จิบเบอเรลลิน ไซโตไคนิน) ช่วยการงอกของเมล็ด การยืดยาวของราก ประสิทธิภาพการดูดธาตุอาหาร และความแข็งแรงระยะแรก
  • ใช้ร่วมกับปัจจัยชีวภาพอื่นได้กว้าง ผสานกับเชื้อราไมคอร์ไรซา ไตรโคเดอร์มา น้ำหมักปุ๋ยหมัก (compost tea) และกลุ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในระบบเกษตรยั่งยืน อินทรีย์ และเกษตรฟื้นฟูได้ง่าย
  • ผู้ผลิตจุลินทรีย์การเกษตรจากสหรัฐฯ ที่เชื่อถือได้ Applied Biotech Industries ผลิตและจำหน่าย Bacillus megaterium คุณภาพสูง อัตรารอดสูง ทั้งแบบล็อตใหญ่ ขายส่ง และผลิตภายใต้แบรนด์ของท่าน (OEM) สำหรับงานเกษตร พืชสวน และการจัดการสุขภาพดิน ทุกล็อตจัดส่งพร้อมใบรับรองผลการวิเคราะห์ (CoA)

กำลังมองหาหัวเชื้อ Bacillus megaterium ประสิทธิภาพสูงสำหรับงานเกษตรอยู่ใช่ไหม เชื้อของเราเป็นหนึ่งในหัวเชื้อจุลินทรีย์ที่ได้รับความนิยม เด่นทั้งการละลายฟอสเฟต การปลดปล่อยธาตุอาหาร ความทนทานของพืช และการทำให้ดินสมบูรณ์ขึ้น

ไม่ว่าจะจัดหาหัวเชื้อจุลินทรีย์ปริมาณมาก ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์เกษตรแบรนด์ของตัวเอง หรือโพรไบโอติกดินสูตรเฉพาะ Applied Biotech Industries คือพันธมิตรจากสหรัฐฯ สำหรับการทำเกษตรยั่งยืน ติดต่อเราเพื่อขอใบเสนอราคา

ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค

ความเข้มข้น (CFU/g):

  • 100,000 ล้าน (1.0 × 10¹¹) CFU/g ชนิดผงแห้ง
  • ปรับความเข้มข้นตามต้องการได้เมื่อร้องขอ

ขนาดอนุภาค (เมช):

  • ผ่านตะแกรงร่อน 100 เมช

รูปแบบบรรจุ:

  • ถัง 22 ปอนด์ (10 กก.)
  • ถัง 44 ปอนด์ (20 กก.)
  • ถังดรัม 375 ปอนด์ (170 กก.)
  • มีบรรจุขนาดเล็กแบบสั่งทำได้เมื่อร้องขอ

อายุการเก็บ:

  • 1.5 ปีที่อุณหภูมิห้อง
  • มากกว่า 2 ปีหากแช่เย็น

คำแนะนำการเก็บรักษา:

  • เก็บในที่เย็นและแห้ง พ้นแสงแดดโดยตรง
  • ปิดภาชนะให้สนิททุกครั้งหลังใช้

อัตราและวิธีใช้

วิธีใช้ Bacillus megaterium พร้อมอัตราและความถี่ในการใช้แต่ละวิธี เชื้อผงชนิดนี้ละลายน้ำแล้วใช้ได้ทั้งทางดิน ในร่องปลูก และคลุกเมล็ด

หมายเหตุ: ค่าต่อไร่เป็นค่าประมาณจากการแปลงหน่วยเพื่อความสะดวกของผู้ใช้ในไทย (1 ไร่ = 0.16 เฮกตาร์) ค่าตั้งต้นของผู้ผลิตคือหน่วยเอเคอร์และเฮกตาร์


การให้ทางดิน (ระบบน้ำหยด ราดโคน หรือให้ปุ๋ยทางน้ำ)

อัตรา:

  • 100 ถึง 200 กรัมต่อเอเคอร์ (250 ถึง 500 กรัมต่อเฮกตาร์) ราว 40 ถึง 80 กรัมต่อไร่
  • โดยทั่วไปใช้ 1 ถึง 3 ครั้งต่อรอบการปลูก

ความถี่:

  • ใช้ในช่วงตั้งตัวของรากระยะแรกหรือช่วงย้ายปลูก
  • ให้ซ้ำทุก 2 ถึง 4 สัปดาห์ในช่วงที่พืชกำลังเจริญเติบโต ตามความจำเป็น

วิธีใช้:

  1. ละลายผงในน้ำให้เข้ากันดี (ใช้น้ำให้เพียงพอที่จะชุ่มถึงเขตราก)
  2. กวนด้วยถังกวนหรือกวนมือเพื่อคงการแขวนลอยของจุลินทรีย์
  3. ให้ผ่านสายน้ำหยด หัวพ่นฝอย หรือระบบให้ปุ๋ยทางน้ำ โดยจ่ายให้ใกล้เขตรากที่สุด
  4. ล้างระบบหลังใช้เพื่อป้องกันการอุดตันหรือคราบตกค้าง

ข้อควรระวัง: ห้ามผสมในถังเดียวกันกับสารกำจัดวัชพืช สารกำจัดเชื้อรา สารกำจัดแบคทีเรีย หรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช


การให้ในร่องปลูก (In-Furrow)

อัตรา:

  • 20 ถึง 40 กรัมต่อเอเคอร์ (50 ถึง 100 กรัมต่อเฮกตาร์) ราว 8 ถึง 16 กรัมต่อไร่

ความถี่:

  • ใช้ครั้งเดียวตอนปลูก เพื่อเน้นการเริ่มต้นของรากและการเจริญระยะแรก

วิธีใช้:

  1. ละลายผงจุลินทรีย์ในน้ำให้เข้ากันดี
  2. ให้ลงในร่องเมล็ดหรือร่องปลูกโดยตรงขณะหยอดเมล็ด
  3. หากใช้ระบบน้ำในการจ่าย ต้องให้สารละลายสัมผัสเขตราก
  4. กวนอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการตกตะกอน

เมื่อผสมในถังเดียวกันกับปุ๋ย:

  • ละลายปุ๋ยในน้ำให้หมดก่อน แล้วจึงเติม Bacillus megaterium
  • ห้ามผสมกับสารกำจัดวัชพืช สารกำจัดเชื้อรา สารกำจัดแบคทีเรีย หรือสารกำจัดศัตรูพืช

การคลุกเมล็ด

อัตรา:

  • 5 ถึง 10 กรัมต่อเมล็ด 1 กิโลกรัม

ความถี่:

  • ใช้ครั้งเดียวทันทีก่อนหว่าน เพื่อให้เชื้อตั้งรกรากที่รากได้เร็วที่สุด

วิธีใช้:

  • ผสมผง Bacillus megaterium กับสารช่วยยึดเกาะหรือสารละลายกาวให้เข้ากัน
  • คลุกให้เคลือบเมล็ดทั่วถึง แล้วผึ่งให้แห้งในที่ร่มก่อนปลูก

คำถามที่พบบ่อย

ข้อมูลพื้นฐานผลิตภัณฑ์

Q: บาซิลลัส เมกะทีเรียม คืออะไร ช่วยพืชได้อย่างไร

A: Bacillus megaterium (บาซิลลัส เมกะทีเรียม) เป็นแบคทีเรียในดินที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ทำหน้าที่ทั้งแบคทีเรียละลายฟอสเฟต (PSB) และแบคทีเรียส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชบริเวณราก (PGPR) ช่วยปลดปล่อยฟอสฟอรัสที่ถูกตรึงในดิน ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ขึ้น พืชเข้าถึงธาตุอาหารได้มากขึ้น รากเจริญดี ต้นแข็งแรง และมีผลผลิตดีขึ้น เมื่อใช้เป็นปุ๋ยจุลินทรีย์และโพรไบโอติกดิน จะช่วยลดความจำเป็นในการใช้ปุ๋ยเคมี เหมาะกับเกษตรยั่งยืนและเกษตรฟื้นฟู Applied Biotech Industries (ABI) จำหน่ายปริมาณมากให้ฟาร์มและธุรกิจเกษตรเชิงพาณิชย์


Q: ประโยชน์ของ Bacillus megaterium มีอะไรบ้าง

A: ประโยชน์หลักมีห้าด้าน

  • ละลายฟอสเฟต ปล่อยกรดอินทรีย์และเอนไซม์ฟอสฟาเทส เปลี่ยนฟอสฟอรัสที่ถูกตรึงให้พืชนำไปใช้ได้
  • ช่วยการหมุนเวียนไนโตรเจน เพิ่มไนโตรเจนที่พืชใช้ได้ และใช้ปุ๋ยได้คุ้มขึ้น
  • กระตุ้นรากและยอด ด้วยฮอร์โมนพืช IAA จิบเบอเรลลิน และไซโตไคนิน
  • ย่อยสลายอินทรียวัตถุ ช่วยให้ดินร่วนซุย ถ่ายเทอากาศ และอุ้มน้ำดีขึ้น
  • เพิ่มความทนทาน ต่อความเค็ม ความแล้ง และโลหะหนัก

Q: เชื้อนี้เป็นจุลินทรีย์ดัดแปรพันธุกรรม (GMO) หรือเปล่า

A: ไม่ใช่ Bacillus megaterium เป็นแบคทีเรียในดินที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและไม่ดัดแปรพันธุกรรม (non-GMO) ABI เพาะเลี้ยงสายพันธุ์นี้โดยไม่ใช้พันธุวิศวกรรม และควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด ผลิตตามมาตรฐานที่เหมาะกับการเพาะปลูกแบบอินทรีย์และเกษตรยั่งยืน ทุกล็อตจัดส่งพร้อมใบรับรองผลการวิเคราะห์ (CoA)


Q: Priestia megaterium กับ Bacillus megaterium คือเชื้อเดียวกันไหม

A: ใช่ Priestia megaterium คือชื่อทางวิทยาศาสตร์ใหม่ของเชื้อที่เดิมเรียกว่า Bacillus megaterium ในเอกสารวิชาการจึงพบได้ทั้งสองชื่อ งานวิจัยจีโนมของ Priestia megaterium สายพันธุ์ B1 พบยีนที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง indole-3-acetic acid และการละลายฟอสเฟต ดูรายละเอียดได้ในส่วนงานวิจัยด้านบน


Q: ใช้ Bacillus megaterium ในเกษตรอินทรีย์ได้ไหม

A: ได้ Bacillus megaterium ใช้กันแพร่หลายในเกษตรอินทรีย์โดยใช้เป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อดินและปุ๋ยจุลินทรีย์จากธรรมชาติ ช่วยให้พืชดูดธาตุอาหารได้ดีขึ้น เพิ่มความหลากหลายของจุลินทรีย์ และหนุนสุขภาพพืชโดยไม่ใช้สารเคมีสังเคราะห์ เป็นสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติที่ไม่ดัดแปรพันธุกรรม (non-GMO) ผลิตตามมาตรฐานที่เหมาะกับการเพาะปลูกแบบอินทรีย์ ใช้กันทั่วไปในระบบเกษตรอินทรีย์และเกษตรฟื้นฟู สำหรับแปลงที่อยู่ในระบบการรับรอง แนะนำให้แจ้งขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์กับหน่วยงานรับรองของท่าน เพื่อให้มีบันทึกเป็นปัจจัยการผลิตที่ได้รับอนุมัติ


Q: มีข้อเสียหรืออันตรายต่อสิ่งแวดล้อมไหม

A: Bacillus megaterium เป็นจุลินทรีย์การเกษตรที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในดิน และหนุนระบบการปลูกที่แข็งแรงโดยไม่ก่อผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม สิ่งที่ต้องระวังคือเรื่องการใช้งาน เพราะเป็นสิ่งมีชีวิต ห้ามผสมกับสารกำจัดศัตรูพืช สารกำจัดเชื้อรา หรือสารกำจัดแบคทีเรีย และควรเก็บในที่เย็นและแห้ง ปิดภาชนะให้สนิททุกครั้งหลังใช้


ข้อมูลทางเทคนิค

Q: Bacillus megaterium ช่วยปรับปรุงดินและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์อย่างไร

A: ทำงานหลายทางพร้อมกัน

  • ละลายฟอสเฟต เปลี่ยนฟอสฟอรัสที่ถูกตรึงให้พืชเข้าถึงได้
  • หมุนเวียนธาตุอาหาร เพิ่มไนโตรเจนและจุลธาตุที่พืชใช้ได้
  • พัฒนาราก กระตุ้นให้รากแข็งแรงและหยั่งลึก ดูดน้ำและธาตุอาหารได้ดีขึ้น
  • ย่อยสลายอินทรียวัตถุ เร่งการย่อยสลาย นำธาตุอาหารกลับคืนสู่ดิน
  • หนุนจุลินทรีย์ในดิน ส่งเสริมกลุ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ เพื่อสุขภาพดินระยะยาว

Q: ใส่ปุ๋ยฟอสฟอรัสแล้วพืชได้ใช้ไม่เต็มที่ แบคทีเรียละลายฟอสเฟตช่วยอะไรได้

A: ฟอสฟอรัสในดินจำนวนมากจับตัวอยู่ในสารประกอบที่ละลายน้ำยาก เช่น แคลเซียมฟอสเฟต เหล็กฟอสเฟต และอะลูมิเนียมฟอสเฟต Bacillus megaterium ปล่อยกรดอินทรีย์และเอนไซม์ฟอสฟาเทสที่เปลี่ยนฟอสฟอรัสเหล่านี้ให้อยู่ในรูปที่พืชนำไปใช้ได้ ผลคือรากเจริญดีขึ้น ต้นกล้าแข็งแรงตั้งแต่ระยะแรก การออกดอก การพัฒนาของผล และผลผลิตเมล็ดดีขึ้น ทั้งยังช่วยลดการสูญเสียฟอสฟอรัสจากการชะล้างและลดปุ๋ยที่ใส่แล้วสูญเปล่า งานวิจัยสายพันธุ์ CNPMS B119 ในข้าวโพดพบว่าเพิ่มฟอสฟอรัสที่พืชนำไปใช้ได้ และเพิ่มผลผลิตอย่างมีนัยสำคัญในการทดลองระดับแปลง


Q: ผสม Bacillus megaterium กับปุ๋ยได้ไหม ห้ามผสมกับอะไร

A: ได้ ใช้ร่วมกับปุ๋ยทั้งชนิดน้ำและชนิดเม็ดได้ เมื่อผสมในถังเดียวกันให้ละลายปุ๋ยในน้ำให้หมดก่อน แล้วจึงเติมเชื้อ และกวนต่อเนื่องระหว่างใช้เพื่อให้กระจายสม่ำเสมอ ห้ามผสมโดยตรงกับสารกำจัดศัตรูพืช สารกำจัดเชื้อรา สารกำจัดแบคทีเรีย หรือสารกำจัดวัชพืช เพราะอาจทำให้เชื้อตาย


Q: ดินเค็ม ดินแล้ง ใช้ Bacillus megaterium ได้ไหม

A: ได้ Bacillus megaterium ช่วยให้พืชทนต่อความเค็ม ความแล้ง และโลหะหนักได้ดีขึ้น และยังกระตุ้นความต้านทานเชิงระบบ (ISR) ที่ช่วยให้พืชรับมือกับความเครียดจากสิ่งแวดล้อม ทำให้พืชรอดและให้ผลผลิตได้ดีขึ้นในสภาพแล้งและดินเค็ม งานวิจัยสายพันธุ์ NCT-2 พบว่าช่วยปรับปรุงโครงสร้างดินและช่วยในการฟื้นฟูดินที่ได้รับผลกระทบจากความเค็ม ส่วนสายพันธุ์ HGS7 ช่วยให้พืชเจริญได้ดีขึ้นในสภาพแล้งหรือความชื้นผันผวน


Q: ใช้ร่วมกับจุลินทรีย์ชนิดอื่นได้ไหม

A: ได้ ผสานกับปัจจัยชีวภาพอื่นได้ง่าย ทั้งเชื้อราไมคอร์ไรซา ไตรโคเดอร์มา น้ำหมักปุ๋ยหมัก (compost tea) และกลุ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในระบบเกษตรยั่งยืน อินทรีย์ และเกษตรฟื้นฟู ข้อยกเว้นคือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช สารกำจัดเชื้อรา และสารกำจัดแบคทีเรีย ซึ่งห้ามผสมในถังเดียวกัน


Q: เก็บรักษาอย่างไร เก็บได้นานแค่ไหน

A: เก็บในที่เย็นและแห้ง พ้นแสงแดดโดยตรง ปิดภาชนะให้สนิททุกครั้งหลังใช้ อายุการเก็บ 1.5 ปีที่อุณหภูมิห้อง และมากกว่า 2 ปีหากแช่เย็น


การใช้งาน

Q: วิธีใช้ Bacillus megaterium อัตราต่อไร่เท่าไหร่

A: ละลายผงในน้ำแล้วใช้ได้สามวิธี

  • ให้ทางดิน (ราดโคน น้ำหยด หรือให้ปุ๋ยทางน้ำ) 100 ถึง 200 กรัมต่อเอเคอร์ (250 ถึง 500 กรัมต่อเฮกตาร์) ราว 40 ถึง 80 กรัมต่อไร่ ส่งเชื้อถึงเขตรากโดยตรง
  • ให้ในร่องปลูก 20 ถึง 40 กรัมต่อเอเคอร์ (50 ถึง 100 กรัมต่อเฮกตาร์) ราว 8 ถึง 16 กรัมต่อไร่ ใช้ครั้งเดียวตอนปลูก
  • คลุกเมล็ด 5 ถึง 10 กรัมต่อเมล็ด 1 กิโลกรัม ช่วยให้เชื้อเจริญเกาะรากได้เร็วและต้นกล้าแข็งแรง

ค่าต่อไร่เป็นค่าประมาณจากการแปลงหน่วย ขั้นตอนโดยละเอียดอยู่ในส่วนวิธีใช้ด้านบน


Q: ควรใช้ตอนไหน ใช้บ่อยแค่ไหน

A: ให้ทางดินในช่วงตั้งตัวของรากระยะแรกหรือช่วงย้ายปลูก และให้ซ้ำทุก 2 ถึง 4 สัปดาห์ในช่วงที่พืชกำลังเจริญเติบโต ตามความจำเป็น โดยทั่วไป 1 ถึง 3 ครั้งต่อรอบการปลูก การให้ในร่องปลูกใช้ครั้งเดียวตอนปลูก ส่วนการคลุกเมล็ดใช้ครั้งเดียวทันทีก่อนหว่าน


Q: ใช้ Bacillus megaterium กับพืชอะไรได้บ้าง

A: ใช้ได้กับพืชหลากหลายกลุ่ม

  • พืชไร่ (ข้าวโพด ข้าวสาลี ข้าว ข้าวบาร์เลย์) ช่วยให้ฟอสฟอรัสพร้อมใช้มากขึ้นและรากแข็งแรง
  • ไม้ผลและพืชผัก (มะเขือเทศ ส้ม สตรอว์เบอร์รี) ช่วยการดูดธาตุอาหารและความทนต่อความเครียด
  • พืชตระกูลถั่วและพืชน้ำมัน (ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ทานตะวัน) ใช้ไนโตรเจนได้คุ้มขึ้นและต้นแข็งแรง
  • ผักใบ (ผักกาดหอม ผักโขม เคล) ช่วยการดูดจุลธาตุและคุณภาพใบ
  • พืชเศรษฐกิจเฉพาะทาง (กาแฟ โกโก้ ยาสูบ) ช่วยให้ระบบรากแข็งแรงและบริเวณรอบรากสมบูรณ์

Q: เป็นผงหรือน้ำ นำไปทำปุ๋ยน้ำชีวภาพหรือผสมปุ๋ยหมักได้ไหม

A: Bacillus megaterium ของ ABI เป็นผงแห้งเข้มข้น 100,000 ล้าน CFU ต่อกรัม ลูกค้าจำนวนมากนำไปผลิตต่อเป็นปุ๋ยจุลินทรีย์ชนิดน้ำ สารกระตุ้นชีวภาพ (biostimulant) และวัสดุปรับปรุงดินจากจุลินทรีย์ ใช้ได้ทั้งการให้ปุ๋ยทางน้ำ ระบบน้ำหยด การเสริมเชื้อในปุ๋ยหมักและวัสดุอินทรีย์ (ช่วยเร่งการย่อยสลายและการหมุนเวียนธาตุอาหาร) และการคลุกเมล็ด เหมาะกับระบบการปลูกหลายแบบ


การสั่งซื้อและการจัดจำหน่าย

Q: Bacillus megaterium ราคาเท่าไหร่ ซื้อที่ไหน

A: สั่งซื้อได้โดยตรงจาก Applied Biotech Industries ผู้ผลิตโดยตรง ติดต่อฝ่ายขายเพื่อขอใบเสนอราคา ราคาขึ้นกับขนาดบรรจุและปริมาณที่สั่ง จัดส่งจากโรงงานหมักในรัฐวิสคอนซิน สหรัฐฯ เป็นผงแห้งในถัง 22 ปอนด์ (10 กก.) ถัง 44 ปอนด์ (20 กก.) และถังดรัม 375 ปอนด์ (170 กก.) มีบรรจุขนาดเล็กแบบสั่งทำ ให้บริการฟาร์มขนาดใหญ่ ตัวแทนจำหน่าย บริษัทปุ๋ย และธุรกิจเกษตรที่ต้องการนำจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ไปใช้ในแผนการบำรุงดิน


Q: เลือกซื้อหัวเชื้อ Bacillus megaterium ยี่ห้อไหนดี ควรดูอะไร

A: ดูความเข้มข้นของเชื้อ (CFU ต่อกรัม) อายุการเก็บ และการควบคุมคุณภาพการผลิต ABI ผลิต Bacillus megaterium ด้วยกระบวนการหมักที่ควบคุมอย่างแม่นยำ ได้จำนวนเชื้อสม่ำเสมอ อายุการเก็บคงที่ และเชื้อมีชีวิตสูง ความเข้มข้น 100,000 ล้าน CFU ต่อกรัม เก็บได้ 1.5 ปีที่อุณหภูมิห้อง และทุกล็อตจัดส่งพร้อมใบรับรองผลการวิเคราะห์ (CoA)


Q: ขายส่งหรือรับผลิตแบรนด์ของตัวเอง (OEM) ได้ไหม

A: ได้ ABI จำหน่ายแบบขายส่งโดยตรงให้ฟาร์มเชิงพาณิชย์ ผู้ผลิตปัจจัยการผลิต บริษัทปุ๋ย และร้านค้าปัจจัยการเกษตร รวมถึงผลิตภายใต้แบรนด์ของท่าน (OEM) ด้วยคุณภาพสม่ำเสมอ บรรจุภัณฑ์ยืดหยุ่น และการสนับสนุนด้านเทคนิคเพื่อนำหัวเชื้อไปใช้ในแผนการบำรุงดินและระบบเกษตรยั่งยืน ติดต่อเราเพื่อสอบถามราคาตามปริมาณ การขนส่ง และคำแนะนำผลิตภัณฑ์


อื่น ๆ

ไม่พบรายการ

มีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายพันธุ์นี้ไหม ทีมงานของเราพร้อมให้ข้อมูลเรื่องสเปก สต็อกสินค้า และราคา

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

งานวิจัยที่ผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (peer-reviewed) ด้านล่างนี้ยืนยันประโยชน์ทางการเกษตรของ Bacillus megaterium ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ช่วยบำรุงดิน

1. การวิเคราะห์จีโนมของ Bacillus megaterium HT517 เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของมะเขือเทศ

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • หลั่งฮอร์โมนพืช (จิบเบอเรลลิน A3 และ IAA) ช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตของพืชอย่างมีนัยสำคัญ
  • เพิ่มมวลชีวภาพของราก ความสูงของต้น และปริมาณคลอโรฟิลล์

2. คุณสมบัติส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชของ Bacillus megaterium RmBm31

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • ส่งเสริมการเจริญของรากและเพิ่มมวลชีวภาพใน Arabidopsis thaliana
  • สร้างสารอินทรีย์ระเหยง่ายที่ช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตของพืช
  • การวิเคราะห์จีโนมพบความสามารถในการละลายฟอสเฟตและการตรึงไนโตรเจน

3. Bacillus megaterium CNPMS B119 เพิ่มการดูดใช้ฟอสฟอรัสและผลผลิตข้าวโพด

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • เพิ่มฟอสฟอรัสที่พืชนำไปใช้ได้ในการปลูกข้าวโพด
  • เพิ่มผลผลิตและปริมาณธาตุอาหารในข้าวโพดอย่างมีนัยสำคัญในการทดลองระดับแปลง
  • สร้างฮอร์โมนพืช ไซเดอโรฟอร์ และไบโอฟิล์ม ช่วยให้พืชเจริญเติบโตแข็งแรง

4. พื้นฐานทางพันธุกรรมของ Bacillus megaterium NCT-2 ในการฟื้นฟูดินเค็ม

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • ละลายฟอสเฟตได้ดีและหลั่งกรดอินทรีย์
  • ปรับปรุงโครงสร้างดิน ช่วยในการฟื้นฟูดินที่ได้รับผลกระทบจากความเค็ม
  • เพิ่มธาตุอาหารที่พืชนำไปใช้ได้โดยรวม หนุนแนวทางเกษตรยั่งยืน

5. Bacillus megaterium HGS7 เพิ่มความทนทานของพืชภายใต้ความเครียดจากสภาพแวดล้อมรุนแรง

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • ช่วยให้พืชเจริญได้ดีขึ้นในสภาพแวดล้อมที่เครียด เช่น ความแล้งหรือความชื้นที่ผันผวน
  • ส่งเสริมการพัฒนาระบบรากและประสิทธิภาพการดูดธาตุอาหาร
  • เสริมความทนทานของพืชต่อความเครียดจากปัจจัยที่ไม่มีชีวิต

6. บทบาทของสารลดแรงตึงผิวชีวภาพจาก Bacillus megaterium ต่อโครงสร้างดินและการเจริญของพืช

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • สร้างสารลดแรงตึงผิวชีวภาพ (biosurfactant) ที่ช่วยให้ดินถ่ายเทอากาศและมีธาตุอาหารที่พืชใช้ได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • ส่งเสริมการตั้งรกรากที่รากอย่างมีประสิทธิภาพและสุขภาพพืชโดยรวม
  • เพิ่มการเก็บความชื้นของดิน ช่วยให้ผลผลิตดีขึ้น

7. การวิเคราะห์จีโนมเปรียบเทียบของ Priestia megaterium สายพันธุ์ B1 ชี้ศักยภาพที่คงอยู่ในการปรับตัวเป็นเอนโดไฟต์และการส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • การวิเคราะห์จีโนมและสรีรวิทยาของ Priestia megaterium (ชื่อเดิม Bacillus megaterium) สายพันธุ์ B1 พบยีนที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช รวมถึงยีนสร้าง indole-3-acetic acid และยีนละลายฟอสเฟต
  • สายพันธุ์นี้มีคุณลักษณะที่เอื้อต่อการอาศัยอยู่ภายในเนื้อเยื่อพืช (เอนโดไฟต์) เช่น การสร้างไบโอฟิล์มและการเคลื่อนที่
  • ผลการศึกษาชี้ศักยภาพในการใช้เป็นปุ๋ยจุลินทรีย์เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตและสุขภาพของพืช

8. Bacillus megaterium mj1212 เพิ่มการดูดใช้ฟอสเฟตและการเจริญของต้นมัสตาร์ด

🔗 อ่านงานวิจัย

ผลการศึกษาหลัก:

  • ละลายฟอสเฟตอนินทรีย์ให้ต้นมัสตาร์ดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เพิ่มการเจริญเติบโต การสร้างมวลชีวภาพ และผลผลิตอย่างมีนัยสำคัญ
  • ยืนยันการใช้เป็นปุ๋ยจุลินทรีย์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน

สอบถามเกี่ยวกับสายพันธุ์นี้

ที่อยู่

Applied Biotech Industries 520 Progress Drive Belgium, WI 53004, USA (สหรัฐอเมริกา)

ช่องทางติดต่อ

info@abimicrobes.com
+1 (262) 285-4390

Bacillus megaterium แบคทีเรียที่ช่วยเพิ่มฟอสฟอรัสในดินให้พืชนำไปใช้ได้
ขอบคุณ เราได้รับข้อมูลของท่านแล้ว ทีมงานจะติดต่อกลับโดยเร็ว
ขออภัย เกิดข้อผิดพลาดระหว่างส่งแบบฟอร์ม กรุณาลองใหม่อีกครั้ง
กลับขึ้นด้านบน